เปิดกลยุทธ์ 30 ปี โฮมโปร (HomePro) ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ พลิกบทบาทสู่ Home Lifetime Companion นำทัพด้วยเทคโนโลยี AI และ Data-Driven ขับเคลื่อน 5 แกนหลัก Better Living ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกเจเนอเรชัน
เปิดความลับ 30 ปี “โฮมโปร” ทุบกรอบเดิม! ผนึก AI-DATA พลิกโฉมสู่ Home Lifetime Companion ครองใจคนทุกเจน
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคพลิกผันอย่างรวดเร็ว การที่แบรนด์จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งมายาวนานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ที่เฉียบขาด การฟังเสียงลูกค้าอย่างจริงจัง และการปรับตัวที่รวดเร็ว วันนี้ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HomePro) ได้พิสูจน์แล้วว่า แบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือก ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่ “มีสินค้า” แต่เป็นแบรนด์ที่ “เข้าใจชีวิตของผู้คนมากพอ”
นางอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด โฮมโปร ได้เปิดเผยกลยุทธ์สำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรตลอดสามทศวรรษ ผ่านการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่สู่การเป็น Home Lifetime Companion หรือแบรนด์ที่พร้อมอยู่เคียงข้างในทุกช่วงชีวิต พร้อมเผยโอกาสที่โฮมโปรได้รับความไว้วางใจให้เป็นพาร์ทเนอร์ในการร่วมออกแบบและคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งสตูดิโอของ Bitkub (รับชมได้ที่: https://www.facebook.com/reel/1400671840898499)
จาก Total Home Solution สู่จุดเปลี่ยน Home Lifetime Companion
ตลอด 30 ปี โฮมโปรเติบโตจากร้านค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจ Home Solution & Living Experience อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยสาขาที่เปิดให้บริการกว่า 130 แห่ง (รวมเมกาโฮม) ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยยังคงยึดมั่นวิสัยทัศน์ One Stop Shopping
แต่เพื่อสร้าง Customer Lifetime Value อย่างยั่งยืน โฮมโปรได้ยกระดับบทบาทใหม่สู่ “Home Lifetime Companion” แบรนด์ที่ไม่ได้แค่ขายสินค้า แต่พร้อมอยู่เคียงข้างในทุกๆ การตัดสินใจและทุกจังหวะการใช้ชีวิตเกี่ยวกับบ้านของคนไทย
หลังวิกฤตโควิด-19 พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปสู่ความเป็น Value Seeking อย่างชัดเจน ลูกค้ายินดีจ่ายหากสิ่งที่ได้รับคุ้มค่า นอกจากนี้ยังมีทางเลือกมากมายจากการเปรียบเทียบข้อมูลบน Social Commerce และ E-Commerce โฮมโปรจึงต้องปรับตัวให้เร็วกว่า โดยเปลี่ยนผ่านจาก “การขายสินค้า” ไปสู่ “การส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้จริง”

ถอดรหัส 5 แกนหลัก ตอบโจทย์ “Better Living” อย่างแท้จริง
เป้าหมายสูงสุดอย่าง “We Make a Better Living” ไม่ใช่แค่คำโปรยโฆษณา แต่มาจากการวิจัยและฟังเสียงลูกค้า (Voice of Customer) อย่างลึกซึ้ง จนตกผลึกมาเป็น 5 แกนหลักที่ใช้เป็นเข็มทิศในการพัฒนาสินค้าและบริการ ได้แก่:
Safety (ความปลอดภัย): ต้องมั่นใจได้ 100% ทั้งคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการติดตั้ง เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นที่ติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างอุ่นใจทุกวัน
Healthy (สุขภาพและคุณภาพชีวิต): สอดรับเทรนด์ Longevity และ Proactive Health Care คัดสรรสินค้ากลุ่มสุขภาพเชิงป้องกัน ตั้งแต่หมอน ที่นอน ไปจนถึงเก้าอี้ปรับเอนสำหรับผู้มีอาการปวดหลัง
Convenience (ความสะดวกสบาย): พัฒนาระบบ Omni-channel เชื่อมต่อทุกแพลตฟอร์มไร้รอยต่อ เช่น ซื้อวันนี้ส่งวันนี้, ซื้อออนไลน์รับที่สาขา
Aesthetic & Comfort (สุนทรียภาพและความสุข): บ้านต้องสะท้อนตัวตน เป็นพื้นที่ที่อยู่แล้วมีความสุขในทุกมิติ
Sustainable & Save (ยั่งยืนและประหยัดพลังงาน): สินค้าต้องคุ้มค่า ประหยัดไฟ และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
งัดขุมพลัง AI และ Data สร้าง Hyper Personalization แบบเรียลไทม์
ในยุคที่ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) กว้างขึ้น โฮมโปรไม่ได้เลือกเจาะจงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มุ่งตอบสนองลูกค้าตั้งแต่ Baby Boomer ไปจนถึง Gen Alpha นางอุไรวรรณ เน้นย้ำว่า “ลูกค้าแต่ละเจเนอเรชั่น มีความต้องการต่างกัน เราจึงต้องใช้ AI และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อทำให้เราเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และสร้าง Hyper Personalization ได้แบบเรียลไทม์”
โฮมโปรได้ทรานส์ฟอร์มสู่ Data-Driven Organization นำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าจาก Loyalty Program (HomeCard) ที่สะสมมากว่า 13 ปี ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกถึง 6-7 แสนราย สินทรัพย์ทางข้อมูล (Data Asset) เหล่านี้ ช่วยให้โฮมโปรสามารถนำเสนอสินค้าและโปรโมชันที่ “ตรงใจ” ใน “ช่วงจังหวะที่ใช่” ได้อย่างแม่นยำ

ชู Private Brand คุณภาพสูง พร้อม 3 Core Values ขับเคลื่อนองค์กร
นอกจากการใช้ Data แล้ว โฮมโปรยังพัฒนา Private Brand กว่า 100 แบรนด์ ภายใต้ปณิธาน “ไม่ใช่เพื่อผลกำไร แต่เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าคุณภาพดี ในราคาเข้าถึงง่าย” พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ในสาขา เช่น โซน Cooking Lovers และ Small Lover
เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ ขับเคลื่อนด้วยพนักงานที่ยึดมั่นใน 3 Core Values ได้แก่:
Customer Success: ความสำเร็จของลูกค้าคือเป้าหมายสูงสุด
Speed and Agility: ทำงานรวดเร็ว แข่งกับเวลาและการเปลี่ยนแปลง
One HomePro: ทุกแผนกรวมพลังทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
“เราไม่ได้แค่อยากขายของ แต่เราอยากดูแลลูกค้าตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับเรา ให้ลูกค้าไว้ใจเรา และสิ่งที่ทำให้แบรนด์อยู่ได้ยาว คือการคำนึงถึงความโปร่งใสในการทำธุรกิจเสมอ มองความไว้ใจลูกค้าเป็นความยั่งยืนในระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้ว Customer Lifetime Value คือการที่ลูกค้าอยู่กับเราในทุกช่วงชีวิตจริงๆ” นางอุไรวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
ในก้าวต่อไปของวัย 30 ปี โฮมโปร (HomePro) ยังคงเดินหน้าทำภารกิจตั้งแต่วันแรกให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในฐานะแบรนด์ที่เคียงข้างและทำให้บ้านของคนไทยดีขึ้นในทุกช่วงเวลา ภายใต้คำมั่นสัญญา “We Make a Better Living”


