โกลเบล็ก ชี้ ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่ง 1,560-1,600 จุด ล็อคเป้า 5 หุ้นเด่นรับกระแส iPhone 18

บล. โกลเบล็ก ประเมินดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน 1,560-1,600 จุด รับแรงหนุนบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง แต่เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ดอกเบี้ยเฟด และหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งรอบ 17 ปี พร้อมแนะกลยุทธ์เลือกดัก 5 หุ้นเด่นรับกระแสเปิดตัว iPhone 18

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ภาพรวมทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ปัจจัยลบรุมเร้า จับตาดอกเบี้ยเฟดและหนี้ครัวเรือนพุ่ง

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยังคงเผชิญกับปัจจัยลบที่เข้ามากดดันการลงทุน ประกอบด้วย

  • โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ล่าสุดบ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักถึง 53.1% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 27.2% ในสัปดาห์ก่อน

  • วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับ กองทัพเรืออิหร่าน (IRGC) ได้เข้าโจมตีและหยุดเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนระบุว่าเครื่องบินรบซาอุดีอาระเบียได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถึง 40 ครั้งใน 3 จังหวัดของเยเมนในรอบ 24 ชั่วโมง

  • สงครามการค้าตึงเครียด อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้หน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ ถอดสินค้าแคนาดาออกจากสัญญาจัดซื้อภาครัฐ

  • หนี้ครัวเรือนไทยทำสถิติสูงสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจล่าสุดพบว่าภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนพุ่งขึ้นแตะระดับ 794,945.49 บาท เพิ่มขึ้น 7.3% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 17 ปี

ภาพนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS สวมชุดสูทสีดำ ยืนกอดอกถ่ายภาพด้วยความมั่นใจบริเวณหน้าต่างอาคารสำนักงาน เพื่อประเมินแนวโน้มและทิศทางตลาดหุ้นไทย
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด

ปัจจัยบวกช่วยพยุงและคลายความกังวลตลาด

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาด ประกอบด้วย

  • บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับลดลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.93% ช่วยคลายความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืม

  • มติ BoE คงอัตราดอกเบี้ย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 6 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ตามคาด

  • สถานการณ์ความมั่นคงคลี่คลาย กระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์สยบข่าวลือกรณีผู้นำจีนและผู้นำแอฟริกาใต้ล้มป่วยหลังการประชุม BRICS ช่วยลดความกังวลด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

ปฏิทินเศรษฐกิจและปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา

สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

  • ปัจจัยภายในประเทศ สัปดาห์ที่ 3 มีการแถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์จะแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ และ ส.อ.ท. แถลงยอดผลิต-ส่งออกยานยนต์ ขณะที่วันที่ 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยกรณีการใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง และวันที่ 30 ก.ย. ธปท. จะรายงานภาวะเศรษฐกิจ ส่วนสัปดาห์ที่ 5 จะมีการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และวันที่ 28 ต.ค. เป็นกำหนดการประชุม กนง. ครั้งถัดไป

  • ปัจจัยต่างประเทศ วันที่ 21 ก.ย. ธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR และสหรัฐฯ รายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ วันที่ 22 ก.ย. อียูรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้น วันที่ 23 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานดัชนี PMI และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ปิดท้ายด้วยวันที่ 24 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

กลยุทธ์การลงทุน คัด 5 หุ้นเด่นรับกระแส iPhone 18

ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ให้คำแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวนนี้ว่า ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากกระแสการเปิดตัวสมาร์ทโฟน iPhone รุ่นใหม่ 3 รุ่น ได้แก่

  • COM7

  • SYNEX

  • SPVI

  • CPW

  • ADVICE