บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D ผู้ให้บริการทันตกรรมแบบครบวงจร เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งสำคัญ ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการตลาด มุ่งขยายฐานลูกค้าคนไทย พร้อมชูจุดแข็งด้านวัสดุคุณภาพสากลในราคาที่จับต้องได้
ปรับทัพผู้บริหาร ดึง “อธิรัชต์” นั่งแท่น COO ขยายฐานลูกค้าไทย
นายพรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เดนทัล คอร์ปอเรชั่น (D) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท D ได้ปรับยุทธศาสตร์ทางการตลาดเพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าทันตกรรมคนไทย โดยได้แต่งตั้ง นายอธิรัชต์ องค์ศรีตระกูล เข้ามาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) เพื่อเสริมทัพสร้างความแข็งแกร่ง
นายอธิรัชต์ ถือเป็นผู้บริหารที่มีผลงานโดดเด่น โดยก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดนทัล วิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัทย่อย) เป็นเวลา 3 ปี และเป็นคีย์แมนสำคัญที่ช่วยปรับยุทธศาสตร์ พลิกฟื้นผลประกอบการจากที่ขาดทุนในปี 2567 ให้กลับมามีกำไรถึง 26 ล้านบาทได้ในปี 2568
กางแผนเจาะตลาดคนไทย ตั้งเป้าดันสัดส่วนทะลุ 50%
ด้าน นายอธิรัชต์ องค์ศรีตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานว่า กลยุทธ์หลักในปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนไทยให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมองเห็นศักยภาพและโอกาสในการเติบโตอีกมาก โดยตั้งเป้าหมายตัวเลขที่ชัดเจน ดังนี้
เพิ่มสัดส่วนลูกค้าคนไทย: จากปัจจุบันที่กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 35% และต่างชาติ 65% จะผลักดันให้ลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 50%
เป้าหมายการเติบโต: ตั้งเป้าหมายรายได้จากกลุ่มลูกค้าคนไทยเติบโต 20% ในปีนี้

ชูแบรนด์ “สไมล์ ซิกเนเจอร์” และ “เดนทัล แพลนเน็ต” อาวุธหลักสู้ศึก
สำหรับการทำการตลาดในกลุ่มลูกค้าคนไทย นอกจากการบริการที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยแล้ว “ราคาค่าบริการและวัสดุ” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องสมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ ซึ่งกลุ่มบริษัทมีแบรนด์ที่ตอบโจทย์ดังกล่าวอย่างครบวงจร ได้แก่
คลินิกทันตกรรม สไมล์ ซิกเนเจอร์ จำนวน 4 สาขา ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต
เดนทัล แพลนเน็ต คลินิกทันตกรรม จำนวน 5 สาขา
ทั้งสองแบรนด์ให้บริการรักษาแบบครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย และมีวัสดุให้เลือกหลากหลายตามความเหมาะสม
“เพื่อลดความกังวลของลูกค้า ด้านราคาค่าบริการ ทางคลินิกมีอุปกรณ์ วัสดุทันตกรรรมคุณภาพระดับ สากล ในราคาจับต้องได้เป็นทางเลือกให้บริการ ตัวอย่างเช่น ในการรักษารากฟันเทียม มีค่าใช่จ่ายค่อนข้างสูง ทางคลินิก มีแบรนด์ Warrantec ให้บริการในราคาที่คุ้มค่า วัสดุมีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ราคาพร้อม ครอบฟัน เริ่มต้นเพียง 27,000 บาทต่อซื้อ” นายอธิรัชต์ กล่าว
ยึดมั่นมาตรฐานสากล มัดใจฐานลูกค้าต่างชาติ
นายอธิรัชต์ กล่าวเสริมว่า แม้บริษัทจะรุกทำตลาดขยายฐานลูกค้าคนไทย แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มลูกค้าต่างชาติและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มีกำลังซื้อสูง บริษัทยังคงเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ด้วยการให้บริการทันตกรรมของกลุ่มบริษัท D ที่รักษามาตรฐานระดับสากล มีเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย สะอาด และปลอดภัย จึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติยังคงไว้วางใจและเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง


