บมจ.กลุ่มภัทร หรือ PHAT มองแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 ฟื้นตัวเด่น รับอานิสงส์ฤดูกาลผลผลิตปาล์มออกสู่ตลาด พร้อมขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบเพิ่ม 50 เปอร์เซ็นต์ เดินหน้ารุกเจรจาลูกค้าต่างประเทศ ดันสัดส่วนส่งออกแตะ 40 เปอร์เซ็นต์ หนุนเป้ารายได้ทั้งปีแตะ 3,500 ล้านบาท
นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT เปิดเผยว่า ธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัว ปัจจัยหนุนมาจากผลผลิตปาล์มที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น สอดรับกับข้อมูลจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ประเมินว่าปริมาณผลปาล์มสดปี 2569 จะเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านตัน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง (กันยายน-พฤศจิกายน) ซึ่งคาดว่าจะเป็นฤดูกาลผลผลิตสูง
ขยายกำลังการผลิตโรงสกัด 50% รองรับวัตถุดิบไฮซีซัน
อีกทั้งมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก 50% เป็น 90 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือประมาณ 2,100 ตันต่อวัน ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น และเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2570
รุกขยายตลาดต่างประเทศ กระจายความเสี่ยงสร้างฐานรายได้มั่นคง
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหม่หลายราย คาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนภายในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ตลาดต่างประเทศดังนี้
ปี 2568 มีสัดส่วนรายได้ต่างประเทศอยู่ที่ 20%
ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 40%
ปี 2570 คาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 55-60%
เพื่อกระจายฐานรายได้ ความเสี่ยงในเรื่องของการขายและความผันผวนของราคาซึ่งจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว
เงินทุน mai หนุนสภาพคล่อง ปูทาง New Growth Engine
ภายหลังการเข้าระดมทุนและเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ส่งผลให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ช่วยเสริมศักยภาพในการรองรับช่วงฤดูกาลผลผลิตปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจและโอกาสทางการตลาดในช่วงที่เหลือของปี
“แผนการเพิ่มกำลังการผลิตที่เตรียมไว้ มีเป้าหมายเพื่อรองรับวัตถุดิบที่คาดว่าจะมาในช่วงปลายปี ในมุมของความต้องการน้ำมันปาล์มดิบก็ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกัน ความพร้อมด้านเงินทุนหลังการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้” นายสมนึก กล่าว
สำหรับแผนลงทุนก่อสร้าง โรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (Crude Palm Kernel Oil : CPKO) คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2570 และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2570 ก่อนจะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับอัตรากำไร เป็น New Growth Engine ที่เสริมศักยภาพธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตของ PHAT ในระยะยาว
นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลการดำเนินงานให้โดดเด่นในช่วงที่เหลือของปี โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 อยู่ที่ 3,000-3,500 ล้านบาท เติบโต 35-40% จากปีก่อน


