บมจ.อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง (IROYAL) โชว์ผลงานแกร่งกวาดกำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 34 เปอร์เซ็นต์ เดินเครื่อง 3 ขุมพลังปั้น New S-Curve แย้มแผน M&A เสริมแกร่งรายได้ประจำ พร้อมตุนแบ็กล็อก 620 ล้านบาท เล็งประมูลงานใหม่ 2,500 ล้านบาท ชูเป้าหมาย Hybrid Stock มอบผลตอบแทนคุ้มค่าแก่ผู้ถือหุ้น
โชว์กำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 34% ปักธงสู่เป้าหมาย Hybrid Stock
นายภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL ผู้นำด้านโซลูชันวิศวกรรม เทคโนโลยีสื่อสาร และระบบอัจฉริยะแบบครบวงจร ได้นำเสนอข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2569 และทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท IROYAL ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) โดยให้ความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนว่า แนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2569 จะยังคงเป็นไปตามเป้าหมายและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากครึ่งปีแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 65.91 ล้านบาท เติบโตกว่า 34% โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้อยู่ในระดับสูงกว่า 40% มุ่งคัดเลือกโครงการที่มีคุณภาพ บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มสัดส่วนงานที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายว่า IROYAL จะต้องเป็น Hybrid Stock ที่ผสมผสานระหว่าง Growth และ Dividend จะมุ่งรักษาการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น และมีเป้าหมายที่จะจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยพิจารณาประกอบกับผลประกอบการ กระแสเงินสด และแผนการลงทุนของบริษัท
เปิด 3 เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนธุรกิจรับ New S-Curve
นายภณภัทร ยังได้กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจในช่วง 3-5 ปี ว่า IROYAL วางกลยุทธ์การเติบโตผ่าน 3 เครื่องยนต์หลักคือ
ธุรกิจเดิม ยังคงเป็นฐานรายได้และฐานลูกค้าที่สำคัญ โดยบริษัทจะรักษาธุรกิจเดิม ซึ่งเป็น Cash Cow ให้มีความแข็งแกร่งและสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มธุรกิจที่เป็น New S-Curve มุ่งขยายธุรกิจ Oil & Gas, Intelligent Solutions & Advanced Defense Technology และ Environmental Solutions ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มทั้งขนาดตลาด และสร้างความหลากหลายของรายได้
Technology & Innovation บริษัทอยู่ระหว่างลงทุนด้าน R&D เพื่อเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้าน Engineering และ System Integration ให้กลายเป็น Solution ที่มีมูลค่าเพิ่ม และสามารถต่อยอดไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม
“IROYAL มุ่งใช้ธุรกิจเดิมสร้างกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้าง New S-Curve และใช้ Technology เป็นตัวกระตุ้นการเติบโต ขณะที่การขยายธุรกิจในระยะ 3–5 ปีข้างหน้าจะมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต การรักษา Margin และคุณภาพของกระแสเงินสด เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว”
ตุนแบ็กล็อก 620 ล้านบาท ลุยประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง
ด้าน นางสาวประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง (IROYAL) กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 620 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้จาก Backlog ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ประมาณ 40% หรือราว 248 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมประมูลงานมูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โดยจะทยอยเกิดขึ้นตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งคาดว่าบริษัทมีโอกาสได้รับงานประมาณ 50–60%
นางสาวประภาพรรณ กล่าวต่อว่า บริษัทมีความพร้อมด้านเงินทุนในการรองรับการขยายธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบันมีสภาพคล่องและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำทำให้ยังมีศักยภาพในการ Leverage เพื่อสนับสนุนการเติบโต อีกทั้งมีสถาบันการเงินหลายแห่งที่พร้อมให้การสนับสนุนด้านเงินทุน
ซุ่มเจรจาควบรวมกิจการ (M&A) ยกระดับบริการแบบครบวงจร
นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมลงทุนในรูปแบบควบรวมกิจการ (M&A) ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบฐานะและทรัพย์สิน (Due Diligence) กับกลุ่มลงทุนบางราย โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีรายได้ประจำ (Recurring Income) และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ โดยบริษัทจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งผลตอบแทน ความเสี่ยง และศักยภาพในการสร้าง Value ให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งจะเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดเมื่อมีความชัดเจนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
“เป้าหมายของ M&A ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มขนาดของบริษัท แต่ต้องการเพิ่มสัดส่วน Recurring Income และยกระดับคุณภาพของกำไร เพื่อให้ IROYAL มีรายได้ที่สม่ำเสมอและสามารถคาดการณ์ได้มากขึ้นในระยะยาว” นางสาวประภาพรรณ กล่าว
บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นการเป็นเพียง Hardware Reseller แต่ต้องการพัฒนาไปสู่การให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ Solution, Software, ไปจนถึงการบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพในการเติบโตของรายได้ บริษัทมองว่าธุรกิจเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง เป็นหนึ่งใน New S-Curve ที่มีศักยภาพสูง โดยเน้นการสร้าง Ecosystem ของโซลูชันมากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว และบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษา Margin อย่างต่อเนื่อง


