บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO กางผลงานไตรมาส 2 ปี 2569 โกยกำไรสุทธิ 122.63 ล้านบาท เติบโต 58.51 เปอร์เซ็นต์ รับอานิสงส์ยอดขายกะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงพุ่งแรงในอเมริกาและยุโรป พร้อมเดินหน้าลงทุนตั้งบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์ หวังเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน
บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO นำโดย ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นางสาวนุชนาถ พึ่งกลั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และ นางสาวนภัสสร ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เข้าร่วมงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Earnings Call) ซึ่งถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569
กำไรไตรมาส 2 พุ่งทะยาน รับยอดขายต่างประเทศโต
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นดังนี้
กำไรสุทธิ เท่ากับ 122.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.51% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 48.61%
การเติบโตของกำไรดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ตามการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่ลดลง และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นยังมีส่วนสนับสนุนให้อัตรากำไรโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
กางผลงานครึ่งปีแรก กวาดรายได้ทะลุ 3,214 ล้านบาท
ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีผลการดำเนินงานดังนี้
รายได้จากการขายและบริการ 3,214 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 205 ล้านบาท
แม้จะเผชิญความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดโลก COCOCO ยังคงเดินหน้าบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด ซึ่งบริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะพร้าวไทย และขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เดินหน้าขยายฐานฟิลิปปินส์ ลดความเสี่ยงอุปทาน
บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาคหลัก ได้แก่ อเมริกา ยุโรป และเอเชีย พร้อมทั้งลงทุนผ่านบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ภายใต้ชื่อ NOVOCOCONUT INC. เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ให้รองรับการเติบโตในระยะยาว โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุน การกระจายตลาดและฐานลูกค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน


