บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 โกยกำไรสุทธิ 580.5 ล้านบาท เติบโต 20.2 เปอร์เซ็นต์ รับอานิสงส์ธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเลพุ่งแตะ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้านบอร์ดบริหารอนุมัติจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้นจากกำไรสะสม
เปิดผลงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการให้บริการรวม 2,317.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี กำไรสุทธิ 580.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% จากไตรมาส 2/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 482.8 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (Floating Storage Unit หรือ FSU) ที่มีอัตราการใช้เรือเพิ่มขึ้นแตะ 100% รวมถึงการเติบโตของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (Petroleum and Chemical Tankers หรือ PCT) และธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support Vessel หรือ OSV) ขณะที่บอร์ดมีมติจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้นจากกำไรสะสม
นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวดีขึ้นจากทั้งไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากธุรกิจ FSU ที่ความต้องการกักเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความผันผวนของอุปทานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การขยายกองเรือ PCT และการเติบโตของ OSV ช่วยเสริมรายได้ในไตรมาสนี้
ธุรกิจ FSU โตเด่น อัตราการใช้เรือเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์
ธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (Floating Storage Unit “FSU”) โดดเด่นในไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 621.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% จากไตรมาสก่อน หลังความต้องการกักเก็บน้ำมันบนเรือ FSU ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้อัตราการใช้เรือ FSU เฉลี่ยเพิ่มจาก 76.7% ในไตรมาส 1/2569 เป็น 100% ในไตรมาสนี้
ปรับทัพธุรกิจ PCT และ OSV หนุนรายได้พุ่ง
ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (Petroleum and Chemical Tankers “PCT”) มีรายได้อยู่ที่ 941.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหลัง PRM ปรับประสิทธิภาพกองเรือ โดยนำเรือขนาดใหญ่ขึ้นเข้ามาทดแทน และปลดระวางเรือลำเล็กที่มีอายุมาก ส่งผลให้ปัจจุบัน PRM มีเรือในธุรกิจ PCT มากถึง 39 ลำ และมีระวางบรรทุกรวมถึง 187,243 DWTต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569 PRM สามารถนำไปคำนวณปรับอัตราค่าขนส่งในไตรมาสถัดไป ภายใต้สัญญาแบบ Cost Plus
ขณะที่ ธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support Vessel “OSV”) ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2/2569 และรอบ 6 เดือน มีรายได้เพิ่มขึ้น 6.1% และ 19.4% ตามลำดับ
ในขณะที่กำไรขั้นต้นเติบโตขึ้น 13.4% และ 37.3% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการขยายกองเรือและอัตราค่าบริการเรือ AWB ที่สูงขึ้น
ผลงานครึ่งปีแรกแกร่ง เคาะจ่ายปันผลพิเศษ 0.20 บาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 PRM มีรายได้จากการให้บริการรวม 4,428.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% และมี กำไรสุทธิ 1,209.4 ล้านบาท โดยฐานกำไรปีก่อนมีรายการพิเศษจากการขายเรือ FSU และการปรับปรุงต้นทุนค่าเช่าเรือ VLCC รวม 313.6 ล้านบาท หากไม่นับรายการดังกล่าว กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปีนี้จะสูงกว่าปีก่อน 270.9 ล้านบาท หรือราว 28.9%
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติจ่าย เงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น จากกำไรสะสม เพื่อยกระดับผลตอบแทนรวมต่อผู้ถือหุ้น โดยกำหนดการเพื่อรับสิทธิเงินปันผลมีดังต่อไปนี้
กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 สิงหาคม
Record Date วันที่ 28 สิงหาคม
และจ่ายเงินปันผลวันที่ 11 กันยายน 2569
โดยเป็นการจ่ายพิเศษครั้งเดียวเฉพาะคราว แยกจากรอบการจ่ายเงินปันผลตามปกติของบริษัทฯ
นายวิริทธิ์พล กล่าวเพิ่มเติมว่า “PRM ให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและเหมาะสมให้ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโต และการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจ่ายปันผลพิเศษครั้งนี้เป็นการจ่ายเฉพาะคราวจากกำไรสะสม ขณะที่บริษัทฯ ยังคงบริหารเงินทุนอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพกองเรือในระยะต่อไป”


