NEO โชว์ฟอร์มแกร่ง! กำไร Q2 พุ่งทะยาน 161% กวาดมาร์เก็ตแชร์เรียบทุกหมวด ปรับเป้ายอดขายทั้งปีโต Double-digit

นีโอ คอร์ปอเรท (NEO) เปิดผลงานไตรมาส 2/2569 โตสวนกระแสเศรษฐกิจ กวาดรายได้สูงสุดแตะ 3,050 ล้านบาท ดันกำไรสุทธิพุ่งกระฉูด 161.3% ทะลุ 209 ล้านบาท โชว์ความสำเร็จขยายมาร์เก็ตแชร์ได้เพิ่มทุกหมวดสินค้า “สุทธิเดช ถกลศรี” ลั่นครึ่งปีหลังพร้อมลุยต่อนวัตกรรม Premium & Wellness ปรับเป้ายอดขายทั้งปีโตเลขสองหลัก

บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจ ด้วยกำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดกว่าเท่าตัว หรือ 161.3% YoY ควบคู่กับการเติบโตมากกว่าตลาด ส่งผลให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ชูความสำเร็จจากการดำเนินการตามแผนเพิ่มกำลังการผลิตล่วงหน้าเพื่อรองรับดีมานด์ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์นวัตกรรมต่อเนื่อง เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาด เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสร้างกำไรด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 ถือเป็นอีกความสำเร็จที่โดดเด่นของ NEO ด้วยยอดขายที่เติบโตกว่า 18.0% YoY ผลักดันกำไรสุทธิให้โตอย่างก้าวกระโดด 161.3% YoY และ 120.0% QoQ ทะลุ 209 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกที่แม่นยำและการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างตรงจุด”

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคจะยังเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์ และกำลังซื้อที่ระมัดระวัง แต่ด้วยจุดแข็งของ NEO ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า จึงสามารถครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่นต่อเนื่อง และขยายส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า

เจาะลึกยอดขายพุ่งสองหลัก ดันกำไรโตกว่าเท่าตัว

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569 NEO เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและรอบด้าน โดยมียอดขายรวมรายไตรมาสสูงที่สุดแตะ 3,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักในประเทศมาจากแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสนับสนุนของภาครัฐ การตอบรับที่ดีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขณะที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะเวียดนาม ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการรุกหนักบนช่องทางจำหน่ายออนไลน์ โดยมีการเติบโตในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ ดังนี้:

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน: เติบโต 22.9% YoY ขยายตัวดีในทุกแบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์ Fineline ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มและผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล: เติบโต 22.3% YoY ส่วนใหญ่มาจากแบรนด์ BeNice กลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำและครีมบำรุงผิว รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มครีมอาบน้ำวัยสาว (Young Adult) ของแบรนด์ D-nee ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่ง

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก: พลิกฟื้นกลับมาเป็นบวกที่ 6.1% YoY และปรับตัวดีขึ้นอย่างเด่นชัดจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 24.4% เติบโตได้ดีจากผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ และครีมบำรุงผิวของแบรนด์ D-nee รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากเวียดนาม นอกจากนี้ แบรนด์ D-nee Deluxe ที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้สูงวัย (Silver Age) ยังสร้างการเติบโตได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค (FMCG) ภายใต้เครือ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เช่น Fineline, BeNice, D-nee
กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ NEO สร้างยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในทุกหมวด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยคุณภาพระดับสากล

ขณะเดียวกัน NEO ยังคงรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในเป้าหมายทั้งปีที่ปรับเพิ่มเป็น 37%-39% ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นกว่าเท่าตัว (161.3% YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตสูง ร่วมกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แชมป์ FMCG กวาดส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นทุกหมวด

NEO ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด FMCG ด้วยการขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มุ่งเน้นเลือกซื้อสินค้าคุณภาพคุ้มค่าคุ้มราคา:

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ: เติบโตสูงถึง 18% (สูงกว่าตลาดที่โต 10%) ดันส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 25.6% ขึ้นแท่นอันดับ 1

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ: เติบโต 34% (เหนือกว่าตลาดที่โต 20%) ครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 30.9% รักษาอันดับ 2 พร้อมลดช่องว่างระยะห่างจากผู้นำตลาดลงชัดเจน

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม: เติบโต 23% สูงสุดในกลุ่มผู้นำตลาดปรับผ้านุ่ม 5 อันดับแรก ดันส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 13.3% รักษาอันดับ 4

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว (Moisturizer): เติบโตโดดเด่นถึง 25% สวนทางภาพรวมตลาดที่ติดลบ 3% จากการขยายกลุ่มเป้าหมายคลุมถึงวัยสาวและผู้สูงวัย

กางกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง สปีดตัวรับ High Season

สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต เกิดจากกลยุทธ์หลัก ได้แก่:

  1. บริหารความเสี่ยงและต้นทุนเชิงรุก: ปรับโครงสร้างต้นทุนยืดหยุ่น มองหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ปรับจังหวะเปิดตัวสินค้าใหม่ (NPD) ให้เหมาะสม ควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

  2. ขยายกำลังการผลิตล่วงหน้า: ดำเนินการขยายโรงงาน เพิ่มเครื่องจักร และเปิดโรงงานใหม่ล่วงหน้า พร้อมขยายผลต่อในไตรมาส 4 ด้วยการเปิดดำเนินการโรงงานกลุ่ม Household เฟส 1

  3. ขยายสู่เซกเมนต์ใหม่และสินค้านวัตกรรมพรีเมียม: ต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์เดิมสู่ตลาดใหม่ๆ เช่น แบรนด์ Tomi และกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม D-nee Deluxe พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสอดรับเทรนด์ Wellness & Longevity มุ่งสู่เป้าหมายเปิดตัวสินค้าใหม่รวมกว่า 200 SKUs ตลอดปี

  4. รุกตลาดต่างประเทศด้วย Social Commerce: สร้างการเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะเวียดนาม ผ่าน E-Commerce, Live Streaming และ KOLs พร้อมแผนนำผลิตภัณฑ์ BeNice เข้าสู่ตลาดเวียดนามเพิ่มเติม

“สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้จะยังต้องเผชิญกับปัจจัยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ผันผวน NEO ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อเปิดรับโอกาสใหม่ๆ พร้อมสร้างการเติบโตในระยะยาว ทั้งการเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน การลงทุนในโรงงานใหม่ การขยายพอร์ตสินค้าเข้าสู่กลุ่ม Premium & Wellness รวมถึงแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการสินค้าเพิ่มสูงขึ้น (High Season) ของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ จึงได้ปรับเป้าหมายอัตราการเติบโตของยอดขายจากเดิม 6–8% สู่ตัวเลขสองหลักหรือ Double-digit ในปีนี้” นายสุทธิเดช กล่าวสรุป

อาคารโรงงานผลิตสินค้าของ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO
NEO เดินหน้าขยายกำลังการผลิตล่วงหน้า เตรียมพร้อมโรงงานกลุ่ม Household เฟส 1 ในไตรมาส 4 รองรับความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ นีโอ คอร์ปอเรท ได้ที่ website: https://neo-corporate.com/ หรือที่เฟซบุ๊ก NEO Corporate: https://www.facebook.com/NEOCorporate