บมจ.โอสถสภา (OSP) โชว์ผลงานแข็งแกร่งรับครบรอบ 135 ปี ไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท โต 8.9% ดันกำไรปกติครึ่งปีแรกพุ่ง 2,257 ล้านบาท โต 14.0% หนุนด้วยอัตรากำไรขั้นต้นทำนิวไฮที่ 42.8% บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้น XD 27 ส.ค.นี้ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 69 โตระดับ Low-to-Mid-Single Digit
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.8%
ปัจจัยสนับสนุนมาจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น การบริหารต้นทุนและ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจหลักในประเทศ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% จากปีก่อน สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ Chief Executive Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP กล่าวว่า “ผลงานครึ่งปีแรกสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบนฐานปรับปรุง (Adjusted Basis) รายได้จากการขายเติบโต 1.7% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทและกำไรปกติเติบโต 20.2% และ 42.6% ตามลำดับ จากการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับโอกาสการเติบโตในแต่ละตลาด”
เจาะไฮไลต์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin): ทำสถิติสูงสุด 42.8% จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นหลังการรวมศูนย์โรงงาน การบริหาร Supply Chain ทั้งในและต่างประเทศ และการบริหารต้นทุนกับกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ: เติบโต 6.0% จากการบริหาร Brand Portfolio ครอบคลุมทั้งตลาดหลัก พรีเมียม และ Functional Drinks โดยมี M-150, Lipovitan-D, C-Vitt และ Peptein เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care): เติบโต 8.3% จากความแข็งแกร่งของ Babi Mild และการขยายพอร์ต Ultra Mild by Babi Mild ซึ่งช่วยขยายฐานผู้บริโภค
ธุรกิจต่างประเทศ (ไม่รวมเมียนมา): เติบโต 19.5% แม้ธุรกิจในเมียนมายังคงได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบชั่วคราว แต่ตลาดต่างประเทศอื่นยังคงเติบโตได้ดี
การบริหารค่าใช้จ่าย: อัตราส่วน SG&A ต่อยอดขายอยู่ที่ 22.5% จากการบริหารกิจกรรมการตลาดที่มุ่งเน้นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI-driven)

เคาะปันผล 0.45 บาท – กางเป้าปี 2569
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.45 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดการดังนี้:
วันขึ้นเครื่องหมาย (XD): 27 สิงหาคม 2569
วันกำหนดจ่ายเงินปันผล: 10 กันยายน 2569
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับ Low-to-Mid-Single Digit บนฐานปรับปรุง ซึ่งถือว่าเติบโตในอัตราที่สูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยจะเดินหน้าสร้างการเติบโตจากแบรนด์หลัก นวัตกรรม และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“ในโอกาสครบรอบ 135 ปี โอสถสภายังคงเติบโตเคียงคู่สังคมไทยและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เราจะเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์ พัฒนานวัตกรรม ขยายโอกาสทั้งในและต่างประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต” นางสาวมุกดา กล่าวทิ้งท้าย


