บมจ.88 (ไทยแลนด์) หรือ 88TH เผยผลงานไตรมาส 2/2569 ทำนิวไฮด้วยรายได้ 151.82 ล้านบาท โต 10.16% รับอานิสงส์ยอดขาย OEM และออนไลน์พุ่งแรง พร้อมตั้ง “ดร.กนกพงษ์ ม่วงศรี” นั่งเก้าอี้กรรมการบริษัท กางแผนครึ่งปีหลังลุย 3 กลยุทธ์หลัก ปูพรมสินค้าใหม่ LYO และบุกตลาดสัตว์เลี้ยงผ่าน “มอนสเตอร์ แล็บ” สร้าง New S-Curve ดันรายได้โต
นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 88TH เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติแต่งตั้ง ดร.กนกพงษ์ ม่วงศรี เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท, กรรมการตรวจสอบ และกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการวางยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจาก ดร.กนกพงษ์ มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านการสื่อสาร การบริหารเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมสุขภาพ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มประสิทธิภาพสู่การขยายตัวเชิงรุก
กางแผนครึ่งปีหลัง 2569 ลุย 3 กลยุทธ์หลัก
การขยายสายผลิตภัณฑ์แบรนด์ LYO: พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
การขยายตลาดต่างประเทศ: ต่อยอดความร่วมมือกับคู่ค้าในจีนและฮ่องกงเพื่อขยายฐานการตลาด
การลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง: ผ่าน “มอนสเตอร์ แล็บ” (Monster Lab) ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทฯ รับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2569 เป็นต้นไป และถือเป็นการสร้าง New S-Curve ให้กับบริษัทฯ ในอนาคต

เจาะลึกผลประกอบการ Q2/69 และครึ่งปีแรก
นางสาววิระยา พันพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน 88TH ระบุว่า ไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 151.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.16% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 13.16 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจาก:
การเติบโตของรายได้ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ที่สร้างรายได้ 12.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,695.17% สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อมาตรฐานการผลิต
ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ที่ 49.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.29% สะท้อนความสำเร็จในการปรับกลยุทธ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 316.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.14% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 35.06 ล้านบาท โดยรายได้ธุรกิจ OEM อยู่ที่ 29.72 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 950.18%) และรายได้ออนไลน์เพิ่มขึ้น 36.22%
ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีการทุ่มงบประมาณการตลาดเพื่อเปิดตัวและสร้าง Brand Awareness สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่แบรนด์ LYO (เช่น LYO My Color, LYO Hair Oil และ LYO Silver) ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2569 นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายลงทุนด้านการวิจัย การขึ้นทะเบียน และค่าดำเนินงานของบริษัทย่อยแห่งใหม่ “บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด” เพื่อรุกตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง


