BVG เคาะปันผลระหว่างกาล 0.03 บาท/หุ้น กำหนดจ่าย 8 ก.ย.นี้ ปิด 2Q26 กำไร 9.4 ลบ.

บอร์ด BVG ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอัตรา 0.03 บาท/หุ้น คิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่านโยบายที่กำหนดไว้ เตรียมขึ้น XD 26 ส.ค. และจ่ายเงิน 8 ก.ย. 2569 พร้อมกางผลงานไตรมาส 2/2569 โชว์กำไรสุทธิ 9.4 ล้านบาท ส่งซิกแนวโน้มครึ่งปีหลังทยอยบุ๊คงานใหม่เติมพอร์ต อัพการเติบโตสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง

นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569

  • อัตราจ่ายปันผล: เป็นเงินสด 0.03 บาทต่อหุ้น (รวมเป็นเงินปันผลที่จ่ายทั้งสิ้น 13.5 ล้านบาท)

  • สัดส่วนการจ่าย: คิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี (สูงกว่านโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ 40% ของกำไรสุทธิ)

  • วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date): 26 สิงหาคม 2569

  • วันกำหนดจ่ายเงินปันผล: 8 กันยายน 2569

สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานล่าสุดงวดไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 9.4 ล้านบาท และมีรายได้จากการบริการ 126.9 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนราว 16% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก:

  • การลดลงของรายได้กลุ่มงานบริการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Service) โดย BVA และ BVTECH เนื่องจากการส่งมอบงานบริการให้คำปรึกษาตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 (TFRS17) ให้กับลูกค้าในประเทศทยอยเสร็จสิ้นและเริ่มใช้งานไปแล้วในปีที่ผ่านมา

  • กลุ่มธุรกิจให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน (บริการ TPA) โดย BVTPA มีจำนวนสินไหมลดลง ประกอบกับมีการปรับแผนรับรู้รายได้จากงานใหม่ที่เดิมจะเข้ามาในไตรมาสนี้ ออกไปรับรู้ในไตรมาส 3/2569 เนื่องจากรายละเอียดขั้นตอนทางเอกสาร

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจการให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) โดย BVG ยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ค่าบริการกลุ่ม Conventional ที่เติบโตได้ดี

แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2569 สัญญาณบวกชัดเจน

นางนวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทเห็นสัญญาณการเติบโตที่โดดเด่น โดยเบื้องต้นเตรียมบุ๊คงานใหม่เติมพอร์ต และทยอยรับรู้รายได้จากทั้งงานด้านบริการ TPA และงานด้าน Actuarial Service

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายงานออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศอื่นๆ ซึ่งขณะนี้เตรียมประกาศใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ ฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (IFRS 17) ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมมอบผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง