บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดทุนโลกเผชิญแรงบีบจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มข้อเรียกร้องชดเชยความเสียหาย ส่งผลราคาน้ำมัน Brent พุ่งแรง 5% แตะ 87.7 ดอลลาร์ ดึงบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทะยาน ฉุดฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออกจากหุ้นไทยสะสมกว่า 9,000 ล้านบาท แนะกลยุทธ์ตั้งรับชู 3 หุ้นเด่น PTT, CENTEL และ PRM
เจรจาช่องแคบฮอร์มุซสะดุด ดันน้ำมัน Brent พุ่งแรง 5%
ความหวังต่อการเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซปรับตัวลดลง หลังการเจรจาสามฝ่ายผ่านโอมานสะดุดลงเนื่องจากทั้งสองฝ่ายเพิ่มเงื่อนไขชดเชยความเสียหายสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้นแรงราว 5% แตะระดับ 87.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านต่อ และเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย ขณะที่อิหร่านประกาศกร้าวจะปิดช่องแคบฮอร์มุซยาวถึงปี 2572 หากไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง เช่น การจ่ายเงินชดเชย 3 แสนล้านดอลลาร์ และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด
ความตึงเครียดด้านพลังงานนี้ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ และลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2569 ลงเหลือเพียง 48.8% สอดคล้องกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าใกล้แตะ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อภาวะ Unwind Yen Carry Trade ในระยะถัดไป
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทะยาน ฉุดฟันด์โฟลว์ไหลออกจากหุ้นไทย 9 พันล้าน
ภาวะความตึงเครียดในตะวันออกกลางกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.7% และอายุ 30 ปี พุ่งพ้น 5.2% ซึ่งเป็นการเข้าใกล้จุดสูงสุดเดิม ปัจจัยนี้ดึงดูดเม็ดเงินกลับเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้และกดดันความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่
สำหรับตลาดหุ้นไทย ได้รับผลกระทบโดยตรง สะท้อนผ่านต่างชาติที่ขายสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2569 (MTD) ไปแล้วกว่า 9,000 ล้านบาท โดยฝ่ายวิจัยฯ แนะนำติดตามดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหาก Bond Yield สหรัฐฯ ยังไม่ปรับฐานลง โอกาสที่เงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าหุ้นไทยในระยะสั้นยังเป็นไปได้ยาก
ตลาดหุ้นโลกผสมผสาน: TSMC นิวไฮ สวนทาง Space Economy ขาดทุนหนัก
ภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศมีความผันผวนและสลับทิศทางในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม:
กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์: TSMC รายงานยอดขายเดือนกรกฎาคม 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.68 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+45% YoY) จากอุปสงค์ชิป AI ของ NVIDIA และ GOOGLE หนุน Sentiment เชิงบวกต่อ DR: ASML01 และ DR: AMAT01
กลุ่ม Space Economy: หุ้นเทคโนโลยีอวกาศอย่าง Rocket Lab และ AST SpaceMobile รายงานรายได้เติบโตสูงแต่ยังมีผลขาดทุนสุทธิจากการทุ่มงบ R&D เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ราคาหุ้นอาจผันผวนสูงในระยะสั้น
หุ้นไทยบวกกระจุกตัวด้วย DELTA ลุ้นมาตรการรัฐพยุงการบริโภค
ดัชนี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.36 จุด ปิดที่ 1,624.36 จุด อย่างไรก็ดี เป็นการบวกกระจุกตัวสูงมาก หากหักอิทธิพลของ DELTA ออก ดัชนีที่แท้จริงจะติดลบถึง 5 จุด สะท้อนว่าแรงขายในภาพรวมยังหนาแน่น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศยังมีแรงหนุนระยะสั้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ที่คาดว่าจะขยายเวลาถึงสิ้นปี และโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ที่เตรียมเสนอ ครม. สิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มโรงกลั่น-ขนส่งน้ำมัน (PTTEP, PRM, PTT, BCP, TOP) และกลุ่มค้าปลีก-อาหาร-เช่าซื้อ (CPALL, CPAXT, CBG, OSP, ICHI, MTC, TIDLOR)
กลยุทธ์การลงทุน: ชู 3 หุ้นเด่น PTT – CENTEL – PRM
ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกระจายความเสี่ยงในต่างประเทศผ่าน DR: SPENGY80 (กลุ่มพลังงาน) และ DR: ZIJIN80 (หุ้นเหมืองทองคำและทองแดง) สำหรับหุ้นไทยแนะนำ 3 หุ้นเด่นประจำวัน ได้แก่:
PTT (เก็งกำไร): หุ้น Laggard ขนาดใหญ่ ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันฟื้นตัวและจ่ายปันผลสูง (แนวรับ 38.50 บาท / แนวต้าน 41.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 37.25 บาท)
CENTEL (เก็งกำไร): คาดกำไรปกติ Q2/69 แตะ 176 ล้านบาท สูงกว่าคาด และจะขยายตัวต่อใน Q3 ก่อนพีคสุดใน Q4 ตามฤดูกาลท่องเที่ยว (แนวรับ 38.50 บาท / แนวต้าน 41.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 37.25 บาท)
PRM (เก็งกำไร): รับ อานิสงส์ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ หนุนความต้องการและค่าบริการขนส่งน้ำมันทางเรือรวมถึงการจัดเก็บน้ำมันสำเร็จรูป (FSU) พุ่งขึ้น (แนวรับ 9.90 บาท / แนวต้าน 10.60 บาท / จุดตัดขาดทุน 9.60 บาท)


