บล.เอเซีย พลัส ประเมินเงินบาทแข็งค่าแรงแตะ 32.98 บาท หนุนเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยสะสมกว่า 9.2 พันล้านบาท คาดเป็นปัจจัยบวกช่วยดึงฟันด์โฟลว์สลับเข้าหุ้นไทย พร้อมเปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่นรับอานิสงส์บาทแข็ง และแนะกลยุทธ์ตั้งรับมรสุมการเงินโลกด้วยหุ้นปลอดภัยและทองคำ
บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง
ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ชะลอตัว – จับตา 4 ความเสี่ยงโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 0.3% – 1.3% หลังจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือน ก.ค. 2569 ปรับตัวลดลง 23,000 ตำแหน่ง พร้อมปรับปรุงลดตัวเลขเดือน มิ.ย. ลงเหลือเพียง 20,000 ตำแหน่ง ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่า FED จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. 2569 สูงถึง 56% (อ้างอิง FedWatch Tool)
อย่างไรก็ดี ตลาดการเงินโลกยังคงเผชิญความผันผวนจากปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 4 ประการ:
การดำเนินนโยบายการเงินที่ขัดแย้งกัน (Divergence): คาด FED จะคงดอกเบี้ย ขณะที่ ECB, BoE และ BOJ มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง
การแข็งค่าของเงินเยนชอร์ตสควีซ: กองทุน Hedge Funds ลดสถานะ Net Short เงินเยนลงเหลือเพียง 63,600 สัญญา จากเกือบ 138,000 สัญญา อาจเกิดแรงบีบให้ต้องปิดสถานะ (Short Squeeze) ดันเงินเยนแข็งค่ารวดเร็ว
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทรงตัวสูง: คาดการณ์ CPI สหรัฐฯ เดือน ก.ค. ขยายตัวที่ระดับ +3.4% YoY ซึ่งยังอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายของ FED ที่ 2%
ราคาน้ำมันดิบพุ่งรับดีลฮอร์มุซยังไร้ข้อสรุป: ราคาน้ำมันขยับสูงขึ้นต่อเนื่องจากการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่มีข้อยุติ
ส่องงบ Big Tech จีน – โอกาสในเมกะเทรนด์ “Photonics”
ในสัปดาห์นี้ (10-14 ส.ค. 2569) ตลาดจับตารายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน (Big Tech จีน) อาทิ Tencent, JD.com, Lenovo, SMIC และ BYD
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นโอกาสการลงทุนในกลุ่ม Photonics & Optics ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ที่นำแสงมาใช้ในการเชื่อมต่อชิปทดแทนสายทองแดงเพื่อเพิ่มความเร็วและประหยัดพลังงาน โดยเริ่มเห็น Fund Flow หมุนเข้าสู่กลุ่มนี้ผ่านกองทุน Roundhill Photonics & Optics ETF (LYTE US) แนะนำเก็งกำไรผ่าน DR: LITE01 (อ้างอิง Lumentum Holdings) และ DR: COHR23 (อ้างอิง Coherent)
เงินบาทแข็งค่าแรงแตะ 32.98 บาท ดึงฟันด์โฟลว์เข้าบอนด์ 9.2 พันล้าน
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 1.5% MTD แตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ซึ่งประเมินว่าเป็นปัจจัยหนุนเชิงจิตวิทยาช่วยดึงดูดให้เม็ดเงินต่างชาติสลับหมุนเวียนไหลกลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยได้ในระยะถัดไป
บล.เอเซีย พลัส เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมไทยรับอานิสงส์บาทแข็ง:
กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) เป้าหมายของ Fund Flow: กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (KBANK, SCB, BBL, KTB), กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (AOT, CPALL, CRC), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE) และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง (SCC)
กลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนสกุลเงินต่างประเทศสูง: ได้ประโยชน์จากภาระชำระหนี้ต่างประเทศที่ลดลง หรือนำเข้าวัตถุดิบและพลังงานได้ถูกลง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงาน (GULF, BGRIM, GPSC, PTTEP) และกลุ่มสายการบิน (AAV)
กลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ: ได้ประโยชน์จากต้นทุนนำเข้าที่ลดลง ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO
กลยุทธ์การลงทุนประจำวัน
หุ้นเกราะป้องกันภัย Trade War: แนะนำเก็งกำไร DR: COHR80 และ DR: LITE01
สินทรัพย์ปลอดภัยป้องกันความเสี่ยง (Hedge): ถือครองทองคำผ่าน DR: GOLDUS80 และ DR: ZIJIN80
หุ้นไทยพื้นฐานแกร่ง: สะสม BDMS, CPALL, PTTEP และเก็งกำไรระยะสั้น SYNTEC, GUNKUL
หุ้นเด่นประจำวัน: หุ้นไทยเลือก SYNTEC, PTT, GUNKUL / การลงทุนต่างประเทศเลือก LITE01, ZIJIN80


