บล.เอเซีย พลัส ชี้ “4 มรสุมใหญ่” เขย่าหุ้นโลก แนะกลยุทธ์ตั้งรับ ชู BBL-PTT-PR9 และ ZIJIN80

บล.เอเซีย พลัส เผยตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงกดดันจาก 4 มรสุมความไม่แน่นอน ดันราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ขยับ ต่างชาติเทขายหุ้นไทย 2 สัปดาห์กว่า 886 ล้านบาท แนะปรับพอร์ตเน้นหุ้น Defensive ปันผลสูง ควบคู่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและทองแดง

บล.เอเซีย พลัส เผยแพร่บทวิเคราะห์ ชี้ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องหลังเจอกลุ่มเมฆหมอกมรสุมความไม่แน่นอน (Uncertainties) 4 ด้านหลัก ส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติชะลอการไหลเข้าและเทขายหุ้นไทยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 886 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยแนะปรับพอร์ตเน้นตั้งรับด้วยกลุ่ม Defensive, Value Dividend สูง และกลุ่มพลังงานป้องกันความเสี่ยง ควบคู่กับการถือครองสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำเพื่อพยุงพอร์ต

เจาะลึก “4 มรสุมความไม่แน่นอน” ขับเคลื่อนตลาดทุนโลก

ปัจจัยแวดล้อมทางมหภาคในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ และส่งผลกระทบต่อเนื่องสะท้อนผ่านความผันผวนของราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตลอดจนทิศทางกระแสเงินทุนหมุนเวียน (Fund Flow) ทั่วโลก โดยสามารถจำแนกออกเป็น 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้:

  • 1. ศึกภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและวิกฤตราคาน้ำมันดิบ: สถานการณ์ความตึงเครียดกลับมาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทางการอิหร่านเสนอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในอัตรา 5–7% พร้อมขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวอาหรับหากเกิดการโจมตีทางทหารอีกครั้ง ความเสี่ยงนี้ดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแรง 3.8% ยืนเหนือ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเป็นเวลานาน

  • 2. ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyberwar): เกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรงพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบน้ำประปาและระบบบำบัดน้ำเสียในสหรัฐฯ ความเสียหายขยายวงกว้างไปแล้วอย่างน้อย 12 รัฐ โดยเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังเร่งสืบสวนและสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์จากอิหร่าน

  • 3. สงครามการค้า (Trade War) ด้านซัพพลายเชนเทคโนโลยี: สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าแบนและขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าเทคโนโลยีจากจีนอย่างเข้มงวด ทั้งกลุ่มโดรน แผงโซลาร์เซลล์ และชิปเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ฝั่งจีนได้ประกาศแบนและจำกัดสิทธิ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้เช่นเดียวกัน

  • 4. ศึกค่าเงินและการปิดสถานะเก็งกำไรเยน (Unwind Yen Carry Trade): การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของสกุลเงินเยน กดดันให้นักลงทุนทั่วโลกที่เคยใช้กลยุทธ์กู้เงินเยนในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ จำเป็นต้องเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกอย่างรวดเร็วเพื่อนำเงินสดไปซื้อเยนคืนและปิดสถานะความเสี่ยง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินทุนของดัชนีหุ้นเอเชียและไทย

ตลาดหุ้นไทยชะลอตัว 2 สัปดาห์ซ้อน – ต่างชาติพลิกขาย 886 ล้านบาท

มรสุมทั้ง 4 ด้านที่กดกร่อนจิตวิทยาการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญการชะลอตัวต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย. – 5 ส.ค. 2569) ให้ผลตอบแทนรายสัปดาห์ติดลบที่ -0.20% และ -0.85% ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) พลิกกลับมาเทขายสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องสะสมกว่า 886 ล้านบาทในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงชั่วคราวในระยะสั้น ขณะที่ตลาดกำลังเฝ้ารอติดตามข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานเดือน ก.ค. และอัตราเงินเฟ้อ เพื่อใช้เป็นดัชนีชี้วัดทิศทางดอกเบี้ยของ FED

กลยุทธ์ฝ่าวิกฤต: ลดหุ้น Valuation สูง เน้นตั้งรับและป้องกันความเสี่ยง

ภายใต้การกดดันของ 4 มรสุมความไม่แน่นอน บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นความปลอดภัย “ลดน้ำหนักหุ้นที่มีมูลค่า (Valuation) ตึงตัวสูง” และให้หันมาจัดพอร์ตใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:

1. หุ้นไทยกลุ่มคุณค่าและปลอดภัย (Defensive & Value):

  • กลุ่มผันผวนต่ำ (Defensive): เลือก BDMS ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูงต่อแรงขายต่างชาติ

  • กลุ่มคุณค่าปันผลสูง (Value & High Dividend): เลือก BBL คาดได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง (Higher for Longer) ขณะที่ระดับราคาซื้อขายยังถูกมากด้วย PBV เพียง 0.6 เท่า

  • กลุ่มล้าหลังตลาด (Laggard Play ในประเทศ): เลือก CPALL ที่ราคาลงลึกและได้ประโยชน์จากกำลังซื้อภายในประเทศ

  • กลุ่มป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Oil Hedge): เลือก PTTEP และ PTT รับผลบวกจากทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนเป็นขาขึ้น โดย PTT มีจุดเด่นเรื่องการจ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอ

  • กลุ่มที่ได้ Sentiment เชิงบวกจากการฟื้นตัวในภูมิภาค: เลือก PR9 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยในกลุ่มตะวันออกกลาง และราคาหุ้นยังมี Upside ค่อนข้างดี

2. สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงพอร์ต (Tactical Hedging) & Global Gems: แนะนำกระจายเงินลงทุนเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อพยุงฐานะทางการเงินและปิดความเสี่ยง ได้แก่

  • เก็งกำไรใน DR ZIJIN80 (ตราสารแสดงสิทธิอ้างอิงหุ้น Zijin Mining Group ยักษ์ใหญ่เหมืองแร่ทองคำและทองแดงของจีน) รับอานิสงส์ราคาทองแดงทำนิวไฮรอบประวัติศาสตร์จากธีม AI & Data Center และราคาทองคำที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง

  • เก็งกำไรใน DR JPANIME24 (กองทุน ETF รวบรวมหุ้นกลุ่มของเล่นญี่ปุ่น) รับกระแสสะสม Figure และ Art Toy หนุนผลประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bandai Namco

  • ลงทุนในทองคำผ่าน GOLDUS80 ร่วมกับการพิจารณาทำสถานะ Short ในเงินสกุลดอลลาร์/เยน (USDJPYU26) เพื่อป้องกันความผันผวนด้านค่าเงิน และเพิ่มการถือครองสัดส่วนของเงินสด