PRM ราศีจับ! 2 โบรกฯ เล็งเป้าสูงสุด 12 บาท ชี้ Q2 โตเด่น รับอานิสงส์ดีมานด์ FSU ทะลัก 100%

บมจ.พริมา มารีน (PRM) ขึ้นแท่นหุ้นเด่นขนส่งและโลจิสติกส์ปี 2569 บล.ฟินันเซีย ไซรัส และ บล.หยวนต้า ประสานเสียงเชียร์ซื้อ คาดกำไรปกติ Q2 พุ่งแตะ 550 ล้านบาท รับแรงหนุนวิกฤตตะวันออกกลางดัน Utilization Rate เรือ FSU แตะ 100% แถมจ่อรับเรือใหม่เพิ่ม 3 ลำในช่วงครึ่งปีหลัง ย้ำปันผลเด่น 5.6 – 6.0%

วิกฤตตะวันออกกลางหนุนดีมานด์เรือ FSU พุ่งเต็ม 100%

บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ทั้งบล.ฟินันเซีย ไซรัส และ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ส่งสัญญาณเชิงบวกแนะนำเข้าซื้อ บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM หลังขึ้นแท่นหุ้นเด่นในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ประจำปี 2569 โดยประเมินว่าผลการดำเนินงานของบริษัทกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตที่แข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นต้นไป

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กำไรปกติในไตรมาส 2 ปี 2569 ของ PRM จะทำยอดได้สูงถึงระดับ 550 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กระตุ้นให้ความต้องการกักเก็บน้ำมันเพื่อความมั่นคงทางพลังงานทะยานสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้งาน (Utilization Rate) ของเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (FSU) ทั้ง 5 ลำของบริษัท พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 100% เต็ม จากปกติที่อยู่ราว 85-95%

ขณะเดียวกัน การให้บริการของกองเรือทั้งหมด 71 ลำของบริษัทยังคงเป็นไปตามปกติ นอกจากนี้ PRM ยังได้รับอานิสงส์จากการแปลงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่เป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยหนุนมูลค่ารายได้ในรูปเงินบาทให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ครึ่งปีหลังเตรียมติดปีก จ่อรับเรือใหม่เสริมทัพ 3 ลำ

สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ากำไรของบริษัทจะสามารถทำสถิติเติบโตได้ทั้งแบบเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในทุกไตรมาส เนื่องจากความต้องการใช้เรือ FSU มีแนวโน้มทรงตัวในระดับ 100% ไปจนถึงสิ้นปี

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง PRM มีแผนเตรียมนำเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปต่อใหม่จำนวนอีก 3 ลำ เข้ามาเริ่มให้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้และผลักดันอัตรากำไรของธุรกิจกลุ่มขนส่งให้กลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง

ขยับเป้าใหม่ 11.70 – 12.00 บาท ชู Dividend Yield สูงเฉียด 6%

จากปัจจัยบวกและแนวโน้มผลประกอบการที่เข้าสู่ช่วงขยายตัวที่ชัดเจน ส่งผลให้ทางโบรกเกอร์ต่างปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ได้ขยับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 11.70 บาท ขณะที่ บล.หยวนต้า ให้ราคาเป้าหมายใหม่สูงถึง 12.00 บาท ซึ่งได้รวมปัจจัยบวกจากการลดทุนจากโครงการซื้อหุ้นคืนในช่วงที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

นอกจากผลกำไรที่เติบโตเด่นแล้ว PRM ยังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักลงทุนสายสะสมเพื่อรับเงินปันผล โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2026 ไว้สูงถึง 5.6 – 6.0% ซึ่งถือเป็นระดับที่โดดเด่นและสร้างความน่าสนใจอย่างมากสำหรับการลงทุนในระยะยาว