บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวลงตามตลาดโลก รับแรงกดดันจากเหตุตึงเครียดในทะเลแดงหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่ง พ่วงความเสี่ยงภาษีนำเข้ามาตรา 301 สหรัฐฯ พ่นพิษเก็บไทยสูงสุด 12.5% ให้กรอบดัชนี 1,600-1,650 จุด ชู 5 หุ้นพื้นฐานแกร่ง ADVANC, AOT, BH, GULF และ KBANK น่าสะสม
ปัจจัยต่างประเทศรุมเร้า ดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อพุ่ง
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง ซึ่งกระทบต่ออุปทานพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง และทำให้ตลาดกลับมาวิตกภาวะเงินเฟ้ออีกครั้ง จึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีสัปดาห์นี้ไว้ที่ระดับ 1,600-1,650 จุด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังปัจจัยลบที่สร้างความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่:
นโยบายการค้าสหรัฐฯ: รัฐบาลทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศ โดยประเทศไทยเสี่ยงถูกเรียกเก็บในอัตราสูงสุดที่ 12.5% จากข้ออ้างเรื่องการใช้แรงงานบังคับ รวมถึงมีแนวโน้มชะลอการต่ออายุข้อตกลงการค้า USMCA
ทิศทางดอกเบี้ยโลก: เครื่องมือ FedWatch ของ CME ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 83% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะ “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ในเดือนกันยายน ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจากวิกฤตราคาพลังงาน
ดัชนี VIX Index: มาตรวัดความวิตกกังวลในตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นกว่า 12.38% ปิดที่ 18.70 สะท้อนภาวะตลาดที่เปราะบาง
เศรษฐกิจในประเทศแข็งแกร่ง ยอดขอ BOI ช่วยพยุงดัชนี
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังมีปัจจัยบวกเข้ามาช่วยพยุง โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศ หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่ขยายตัวต่อเนื่อง มีมูลค่าสูงกว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% คาดว่าจะช่วยสร้างงานใหม่กว่า 82,000 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าส่งออกได้กว่า 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การรายงานภาวะเศรษฐกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่วนต่างประเทศต้องจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 28-29 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่น)
กางกลยุทธ์ลงทุน แนะตั้งรับ 5 หุ้นพื้นฐานแน่น
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ให้มุมมองด้านกลยุทธ์การลงทุนว่า ในภาวะที่ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก แนะนำให้นักลงทุนเน้นตั้งรับและเลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและทนทานต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ
โดยแนะนำ 5 หุ้นเด่นน่าสะสมในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้แก่:
ADVANC (บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน))
AOT (บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน))
BH (บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน))
GULF (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน))
KBANK (ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)


