AIRA ผนึกกำลัง Tokyo Stock Exchange ถอดรหัสลับตลาดหุ้นญี่ปุ่น เจาะขุมทรัพย์ AI-เซมิคอนดักเตอร์ ปักหมุดทำกำไรข้ามพรมแดน

บล.ไอร่า (AIRA) ควงแขน Tokyo Stock Exchange (TSE) จัดสัมมนาใหญ่ “Decode Japan’s Investment Landscape” ชี้ช่องรวยตลาดหุ้นญี่ปุ่น โชว์ผลตอบแทนแกร่ง 13.4% ต่อปี รับอานิสงส์มหาศาลจากคลื่น AI พร้อมเปิด 3 กลยุทธ์เด็ด ให้นักลงทุนไทยคว้าโอกาสทองแบบเหนือชั้น

เจาะลึกตลาดหุ้นญี่ปุ่น ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

กรุงเทพฯ – บล. ไอร่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับงานสัมมนาพิเศษ “Decode Japan’s Investment Landscape” ความร่วมมือระหว่าง AIRA Group และ Tokyo Stock Exchange (TSE) ท่ามกลางการตอบรับอย่างคับคั่งจากนักลงทุนระดับ High Net Worth และผู้สนใจด้านการลงทุน โดยนำเสนอมุมมองทิศทางตลาดหุ้นญี่ปุ่น ท่ามกลางกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

ภายในงาน Mr. Masanori Yoshida, Senior Executive Officer and Global Chief จาก Japan Exchange Group ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทิศทางกลยุทธ์ ได้แสดงความคืบหน้าของการปฏิรูปธรรมาภิบาล ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นมากขึ้น ทั้งการปรับเพิ่มเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) และการควบรวมกิจการ (M&A) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ Mr. Naohide Une, Senior Partner and Founder of investment Lab เปิดการบรรยายด้วยการย้อนทวนมุมมองที่เคยให้ไว้บนเวทีเดียวกันเมื่อปีก่อนอย่างตรงไปตรงมา โดยยอมรับว่าตลาดญี่ปุ่นเติบโตได้จริงตามที่คาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน คือแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงมาจากกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งยกระดับตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วเอเชียได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าที่ประเมิน พร้อมชี้ว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 13.4% ต่อปี ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา และนำเสนอกรอบการลงทุนธีม AI 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง

  • กลุ่มผู้ใช้งาน AI จริง

  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI ทดแทนแรงงาน

โดยมองว่าโอกาสการลงทุนไม่ได้จำกัดแค่หุ้น Blue-chip แต่รวมถึงหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ Automation ด้วย

ด้าน Mr. Hirofumi Hayashi, Global BD Senior Investment Director by Sumi Trust ผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เสริมมุมมองจากฝั่งนักลงทุนสถาบันว่ากองทุน Active ทั่วโลกยังคง Underweight ญี่ปุ่นอยู่มาก ซึ่งหมายความว่ายังมีแรงซื้อรออยู่ในอนาคต พร้อมยกกรณี Warren Buffett ที่ทยอยเพิ่มสัดส่วนในหุ้นกลุ่มบริษัทการค้าญี่ปุ่น เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของกระแสเงินสดและธรรมาภิบาลที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในช่วง Panel Session ผู้ร่วมเสวนาทั้งสามท่าน ยังเห็นตรงกันว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วงที่ผ่านมามีพื้นฐานรองรับ ทั้งจากการปฏิรูปธรรมาภิบาล เชิงโครงสร้างและกำไรบริษัทที่เติบโตต่อเนื่อง

โอกาสเติบโตบนเวทีโลกและ 3 กลยุทธ์หลักสำหรับนักลงทุนไทย

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจำนวนมากได้ผันตัวเป็นผู้เล่นระดับโลกด้วยการขยายฐานรายได้สู่ตลาดต่างประเทศ ทำให้ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก การอ่อนค่าของเงินเยน และรอบการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนผ่านกำไรต่อหุ้นและอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ญี่ปุ่นจะไม่มีผู้นำด้านการออกแบบชิปกราฟิกหรือโรงหล่อชิปชั้นแนวหน้าของโลก แต่ยังคงความแข็งแกร่งในกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิป วัสดุอุตสาหกรรม ตลอดจน Infrastructure Equipment Testing ไปจนถึง Physical Automation

ด้าน นายไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ บล.ไอร่าฯ กล่าวว่า “การรวมตัวของ 3 มุมมองที่แตกต่างกันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติงานจริง ทั้งในฐานะผู้กำกับดูแลตลาด ภาคเอกชน และสถาบันการเงินระดับสากล ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับแนวคิดเชิงลึกแบบครบมิติ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวิเคราะห์และวางกลยุทธ์การลงทุนในตลาดทุนญี่ปุ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม”

โดยสรุป มี 3 ประการหลักที่นักลงทุนไทยควรนำไปพิจารณา

  • ประการแรก ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงมีลักษณะ “Slow but Steady” หรือเติบโตอย่างมั่นคงบนพื้นฐานกำไรที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น

  • ประการที่สอง นักลงทุนไม่จำเป็นต้องรีบเข้าซื้อเต็มจำนวนในคราวเดียว แต่ควรใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม (Dollar-Cost Averaging) หรือ DCA เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านจังหวะเวลา

  • ประการสุดท้าย ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานด้านกำไรและหลักธรรมาภิบาลของบริษัทเป็นหลักมากกว่าการซื้อขายตามกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะเมื่อผลตอบแทนของดัชนีในช่วงที่ผ่านมาเริ่มกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์เพียงไม่กี่ตัว การเลือกลงทุนอย่างมีวิจารณญาณจึงสำคัญกว่าการไล่ซื้อตามดัชนีโดยรวม

สานต่อความร่วมมือ เชื่อมโยงพอร์ตลงทุนระดับสากล

ความร่วมมือระหว่าง AIRA Group และ Tokyo Stock Exchange ในการจัดงานครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการลงทุนในตลาดทุนญี่ปุ่น และขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงข้อมูลและโอกาสการลงทุนในบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นได้มากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนไทยสู่ตลาดทุนระดับโลก และสนับสนุนการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความหลากหลายในระยะยาว

ด้าน Mr. Masanori Yoshida, Senior Executive Officer and Global Chief จาก Japan Exchange Group กล่าวถึงความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ AIRA Group ในการส่งมอบข้อมูลเชิงลึกและมุมมองด้านตลาดทุนญี่ปุ่นที่ทันต่อสถานการณ์ให้แก่นักลงทุนไทย ตลาดทุนญี่ปุ่นยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการปฏิรูปด้านธรรมาภิบาล การยกระดับประสิทธิภาพการใช้เงินทุน และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม ผ่านกิจกรรมอย่างงานสัมมนาในครั้งนี้ เราหวังว่าจะช่วยให้นักลงทุนไทยมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนระยะยาวในประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการลงทุนระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”