GFC รุกหนัก! ผนึก “วิน วิน ซัพพลาย” ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ขับเคลื่อนองค์กรสีเขียวมุ่งเป้า Net Zero 2050

บมจ.เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ (GFC) ประกาศเดินหน้าสู่องค์กรสีเขียวเต็มตัว จับมือพันธมิตร “วิน วิน ซัพพลาย” ติดตั้ง Solar Rooftop ณ อาคาร GFC Rama 9 International ลุยลดก๊าซเรือนกระจก ดันโปรเจกต์ “GFC We Green” หวังขับเคลื่อน Climate Action สู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

GFC เดินหน้าสู่องค์กรสีเขียว ขับเคลื่อน Climate Action

บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับพันธมิตรด้านพลังงานสะอาด บริษัท วิน วิน ซัพพลาย จำกัด สมาชิกบริษัทจัดการพลังงาน (ESCO) ภายใต้การส่งเสริมโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กร สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2050

โครงการ “GFC We Green” หนุนพลังงานสะอาด ลดภาวะโลกเดือด

ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ (GFC) กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “GFC We Green” ซึ่งมุ่งยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กร (Environmental) ผ่านการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ที่ อาคาร GFC Rama 9 International มาใช้ภายในองค์กร เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกเดือด (Global Boiling)

ภก.นที ตั้งจิตรสดใส CEO GFC จับมือพันธมิตรเดินหน้าโครงการ GFC We Green สู่เป้าหมาย Net Zero
ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GFC จับมือพันธมิตรด้านพลังงานสะอาด มุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050

ศักยภาพการผลิตไฟฟ้าและการลดต้นทุนขององค์กร

สำหรับ Solar Rooftop ที่ติดตั้งมีเป้าหมายและผลลัพธ์ที่สำคัญ ดังนี้

  • กำลังการติดตั้งรวม ประมาณ 121.260 kWp

  • ความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาด คาดว่าจะผลิตได้ประมาณ 186,000 kWh/ปี

  • มูลค่าพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ ประมาณ 750,000 บาท/ปี

  • การลดค่าใช้จ่าย คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 150,000 บาท/ปี

พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2) จากการใช้ไฟฟ้าจากระบบสายส่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

“GFC มุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ด้วยแนวคิดที่ว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเดินควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนจุดยืนของ GFC ในการร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภาวะโลกเดือดอย่างจริงจังและยั่งยืน” ภก.นทีกล่าว