บมจ.สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT กางแผน Technology Roadmap ยกระดับศักยภาพเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตขั้นสูง ลุยตลาด Advanced Packaging และ Photonics ชิงเค้กอุตสาหกรรม AI Infrastructure และ Data Center ยุคใหม่ มั่นใจดันมาร์จิ้นพุ่ง สร้างการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน
เร่งเครื่องลงทุนรองรับ AI Infrastructure
SMT เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเร่งลงทุนและเตรียมความพร้อมด้าน Next-Generation Equipment และ Production Readiness เพื่อรองรับโอกาสในตลาด Advanced IC Packaging และ Photonics ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้าน Co-Packaged Optics, Advanced Packaging และ Heterogeneous Integration รูปแบบ 2.5D / 3D ซึ่งกำลังเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม AI Infrastructure และระบบประมวลผลยุคใหม่
ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการอัปเกรดเทคโนโลยีในหลายด้านแล้ว ได้แก่
-
การติดตั้งแพลตฟอร์ม Semiconductor Testing (ATE) รุ่นใหม่ เพื่อรองรับการทดสอบและตรวจวัดอุปกรณ์ Mixed Signal ที่ซับซ้อนมากขึ้น
-
การเพิ่มศักยภาพ Flip-Chip และ Advanced Packaging ระดับ PCB
-
รวมถึงการขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม High Density Package สำหรับ BGA, LGA และ CSP รองรับผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนและขนาดใหญ่ขึ้น
รุกพัฒนา PIC Wafer สู่เทคโนโลยีประมวลผลด้วยแสง
นอกจากนี้ SMT ยังพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Wafer Processing อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน Photonic Integrated Circuit Wafer (PIC Wafer) ที่เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีประมวลผลด้วยแสง อาทิ
-
ระบบ Wafer-Level Laser Mark Serialization
-
Automated Optical Inspection (AOI) ที่มีความละเอียดระดับต่ำกว่า 1 ไมโครเมตร (Submicron)
เพื่อยกระดับคุณภาพและ Traceability ในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และวางแผนลงทุนในเทคโนโลยีเชิงลึกเพิ่มเติม เช่น Advanced Packaging Wafer Back-End Process และเทคโนโลยี Active Alignment Capability ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรม Photonics และ Optical Packaging ในอนาคต
ดันมาร์จิ้นพุ่ง สร้าง New Growth Engine โตยั่งยืน
SMT มองว่าโรดแมปด้านเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยยกระดับการแข่งขันในตลาดโลก เพิ่มโอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์มาร์จิ้นสูง เสริมเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์สู่ยุค AI และ Intelligent Infrastructure
อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี การสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการส่งมอบผลตอบแทนระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ การเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีครั้งนี้สอดคล้องกับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ SMT ที่เริ่มสะท้อนการฟื้นตัวและการเติบโตเชิงคุณภาพของธุรกิจ หลังบริษัทฯ สามารถพลิกกลับมาทำกำไร พร้อมเดินหน้าสร้าง New Growth Engine ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงและการพัฒนาศักยภาพการผลิตแบบ True Vertical Integration อย่างต่อเนื่อง

