SVT คิกออฟโปรเจกต์ ESG เต็มสูบ ดีเดย์มิถุนายนนี้ ส่ง “ข้าวหอมปทุมคาร์บอนต่ำ” วางขายผ่านตู้ SUN Vending ทั่วไทย ชูจุดเด่นข้าวคุณภาพดีราคาเข้าถึงง่าย พร้อมกวาดรายได้ทั้งหมดบริจาคมูลนิธิสืบนาคะเสถียรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย มุ่งเป้ายกระดับเกษตรกรไทยและกู้วิกฤตโลกร้อนอย่างยั่งยืน
นายคเณศร์ อรรถไพศาลกุล รองผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติภายใต้แบรนด์ SUN Vending เปิดเผยความคืบหน้าโครงการข้าวคาร์บอนต่ำ ว่า บริษัทฯ ได้เริ่มต้นวางจำหน่าย “ข้าวหอมปทุมคาร์บอนต่ำ” ซึ่งเป็นข้าวเจ้าหอมคุณภาพดี รสชาติใกล้เคียงข้าวหอมมะลิ แต่ราคาย่อมเยากว่า ผ่านตู้ SUN Vending ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ ในราคา 49 บาทต่อกิโลกรัม

รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจะมอบให้มูลนิธิสืบนาคะเสถียร โดยไม่หักค่าใช้จ่าย พร้อมตั้งเป้าผลิตข้าวหอมปทุมคาร์บอนต่ำไม่น้อยกว่า 900 กิโลกรัมในปีแรก เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มผลผลิต และร่วมลดโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม
ชูนวัตกรรมลดคาร์บอน ยกระดับเกษตรกรสู่ความยั่งยืน
“ข้าวหอมปทุมคาร์บอนต่ำ” เป็นผลผลิตจากการทำนาเพื่อลดคาร์บอน ด้วยวิธีเปียกสลับแห้ง เพื่อลดการใช้ปุ๋ย สารเคมี และการสูบน้ำเข้าแปลงนา อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคและแมลง นับเป็นการส่งเสริมการทำนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมทั้งมุ่งสร้างระบบที่ยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการส่งเสริมการปลูกข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน และต่อยอดสู่ปลายน้ำ นำผลผลิตคุณภาพส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านตู้ SUN Vending ตอกย้ำถึงการดำเนินงานที่สร้างโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบ ESG โดยร่วมมือกับ บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด (WAVE BCG) จัดทำโครงการ “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ในแปลงนา อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่
การปลูก
การเกี่ยว
การขัดสี
ไปจนถึงการบรรจุถุง
เพื่อยกระดับการผลิตข้าวไทยสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลในอนาคต

ต่อยอด CSR สู่โมเดลธุรกิจเชิงพาณิชย์เพื่อสังคม
นายคเณศร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ถือเป็นการนำร่องที่ต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรอื่น ๆ ได้ ทั้ง ผลไม้สดหรือแปรรูป เพื่อบรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในอนาคตให้กับบริษัท ทั้งนี้ SVT ตั้งใจดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องระยะยาว เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ช่วยลดต้นทุนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับแนวทาง ESG ขององค์กร
พร้อมมองการต่อยอดจาก CSR ไปสู่โมเดลธุรกิจเชิงพาณิชย์ เช่น การเช่าที่นาและร่วมผลิตกับเกษตรกร เพื่อสร้างรายได้ควบคู่กับการช่วยเหลือสังคม นับเป็นการตอกย้ำศักยภาพของบริษัทในการสร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อการเติบโตระยะยาวอย่างมั่นคง
ทั้งนี้ บริษัทได้สื่อสารข้อมูลโครงการ “ข้าวหอมปทุมคาร์บอนต่ำ” ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ ทั้ง Website Sunvending และช่องทาง Social Media ของบริษัท ทั้ง
Facebook
TikTok
และ Line OA @SUNVENDING

เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและครบถ้วน
“โครงการ “ข้าวคาร์บอนต่ำ” บริษัทไม่ได้มองรายได้เป็นเป้าหมายแรก แต่เป็นโครงการการนำร่องที่สามารถต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรอื่น ๆ สะท้อนศักยภาพในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต” นายคเณศร์ กล่าว


