ระวังแรงกระแทกจากความตึงเครียดตะวันออกกลางและภาษีสหรัฐฯ! บล. โกลเบล็ก (GBS) เปิดโผทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนมิถุนายน 2569 ประเมินกรอบดัชนี 1,550-1,620 จุด พร้อมงัดกลยุทธ์สู้ความเสี่ยง ชี้เป้า 5 หุ้นเด่นน่าสะสม DELTA, HANA, KCE, AAI และ ITC รับอานิสงส์ยอดส่งออกโตทะยาน
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ว่า มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้น จึงประเมินกรอบดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,550 – 1,620 จุด

กางปัจจัยลบภายนอกและภายใน กดดันดัชนีหุ้นผันผวนหนัก
สำหรับปัจจัยลบที่ต้องระมัดระวังในระยะนี้มีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก ดันราคาดิบ Brent พุ่งเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI แตะ 99-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบส่งผลโดยตรงต่อราคาหน้าปั๊มและต้นทุนภาคการผลิต ในประเทศไทยมีการปรับราคาน้ำมันขายปลีกหลายครั้งในเดือนพฤษภาคมรวมกว่า 3 บาทต่อลิตร
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงการตอบโต้ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นตัวเร่งความเสี่ยง
เงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับสูงทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาด โดยผลสำรวจ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 41.1% ที่เฟด (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 9.1% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน
มาตรการทางการค้าที่สหรัฐฯ (USTR) เสนอเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% จากสินค้าส่งออกไทยทุกประเภท (ยกเว้นกลุ่ม Annex A) หลังวินิจฉัยกรณีแรงงานบังคับ (Forced Labor)
ปลัดกระทรวงการคลังได้แสดงความกังวลว่าการจัดเก็บรายได้ในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้จะท้าทายมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์พลังงาน แม้ว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 69 สามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้า
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศเตือนเรื่องการซื้อขายหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกระแส AI และ Data Center จนทำให้ค่า P/E และ P/BV พุ่งสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน เกิดภาวะเก็งกำไรสูง
ส่องปัจจัยบวกหนุนตลาด พร้อมปฏิทินเศรษฐกิจสำคัญตลอดเดือนมิถุนายน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยบวกหนุนที่ช่วยพยุงดัชนีผ่านข้อมูลสถิติที่สำคัญดังนี้
สภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8% สูงกว่าที่ตลาดคาด โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตถึง 10.1% และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัว 17.8%
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569) ส่งผลให้ ธปท. ปรับเพิ่มเป้าหมาย GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% (จากเดิม 1.5%)
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทรงตัวดี โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามตลอดเดือนมิถุนายน 2569 ประกอบด้วยรายละเอียดปฏิทินเศรษฐกิจดังต่อไปนี้
8 มิ.ย. ญี่ปุ่นรายงาน GDP Q1/2569 และสหรัฐฯ รายงานคาดการณ์เงินเฟ้อผู้บริโภค
9-10 มิ.ย. จีนและสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดุลการค้าเดือนพฤษภาคม
16-17 มิ.ย. กำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ครั้งที่ 4/2569
19 มิ.ย. การเปิดตัว CLICX (KTB + OR + AIS) ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรก
24 มิ.ย. การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2569
ช่วงกลางเดือน การประกาศปรับน้ำหนักดัชนี Rebalance SET50 – SET100
30 มิ.ย. วันปิดงวดบัญชีไตรมาส 2/2569
เปิดกลยุทธ์ลงทุน 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ยอดส่งออกโตแรง
ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในสภาวะตลาดผันผวน โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและมีผลการดำเนินงานรองรับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากตัวเลขการส่งออกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยหุ้นศักยภาพสูงได้แก่ DELTA, HANA, KCE, AAI และ ITC



