88TH ส่งบริษัทย่อย MONSTER LAB ผนึกพาร์ทเนอร์ตัวท็อป “หนุ่ม กรรชัย” จับมือยักษ์นวัตกรรม Morena Solutions เซ็นบิ๊ก MOU คว้าลิขสิทธิ์เทคโนโลยีนาโนรายเดียวในไทย ทุ่มทุนวิจัยเขย่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไตรมาส 3 นี้

เดินเกมรุกสร้างซูเปอร์เดนท์มาตรฐานใหม่! บมจ.88(ไทยแลนด์) ปล่อยหมัดเด็ดบุกชิงเค้กตลาดสัตว์เลี้ยงดึงเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง Glyco-SOS™ และ NMG™ ยกระดับระบบโภชนาการและการดูดซึมสารอาหารระดับโครงสร้าง Nano ลั่นอุตสาหกรรมยุคใหม่แข่งขันด้วยคุณภาพและความแตกต่าง ดักกำลังซื้อคนรุ่นใหม่ที่มองสัตว์เลี้ยงคือคนในครอบครัว

นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) “88TH” เปิดเผยว่า การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด “MONSTER LAB” ซึ่งเป็นบริษัทย่อย 88TH ผนึกกำลัง “กรรชัย กำเนิดพลอย” พาร์ทเนอร์ ของ MONSTER LAB และ Morena Solutions บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง โดย “น.สพ.ดร.กษิดิ์เดช ธีรนิตยาธาร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรม Pet Care

โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ MONSTER LAB ในการเดินหน้าลงทุนด้านงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง ผ่านการนำเทคโนโลยี และองค์ความรู้มาต่อยอด สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในอนาคต

บรรยากาศพิธีลงนาม MOU ระหว่าง บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด และ บริษัท โมริน่า โซลูชั่นส์ จำกัด โดยมีคุณกรรชัย คุณนพรัตน์ และ น.สพ.ดร.กษิดิ์เดช ร่วมจรดปากกาเซ็นสัญญา
MONSTER LAB คว้าสิทธิ์การใช้งาน Glyco-SOS™ และ NMG™ Technology รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย รุกตลาดพรีเมียมกลุ่ม Pet Care ไตรมาส 3/2569

คว้าสิทธิ์เทคโนโลยีหนึ่งเดียวในไทย นำร่องนวัตกรรมระดับโครงสร้าง Nano และระบบทางเดินอาหาร

MONSTER LAB ได้รับสิทธิในการใช้งานและต่อยอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ในฐานะ “ผู้ได้รับสิทธิในการใช้งานเทคโนโลยี เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย” ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เพื่อนำมาต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับ Premium ของบริษัท โดยไฮไลต์สำคัญของโครงการประกอบด้วยกลไกเทคโนโลยีหลักดังนี้

  • การนำ Glyco-SOS™ Technology มาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับระบบโภชนาการสัตว์เลี้ยงผ่านองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับนาโน และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารอาหาร

  • การนำ NMG™ Technology มาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับระบบโภชนาการสัตว์เลี้ยงผ่านองค์ความรู้ด้านระบบทางเดินอาหาร

สำหรับจุดเด่นสำคัญคือ Glyco-SOS™ Technology ซึ่งถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงและการดูดซึมสารอาหาร ผ่านการออกแบบระบบการทำงานขององค์ประกอบสำคัญในระดับโครงสร้าง Nano ขณะที่ NMG™ Technology มุ่งเน้นการดูแลสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทั้งด้านภูมิคุ้มกัน การดูดซึมสารอาหาร และคุณภาพชีวิตโดยรวม

“MONSTER LAB ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ อาหารสัตว์ แต่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับอุตสาหกรรม Pet Care ผ่านนวัตกรรม งานวิจัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าอนาคตของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง จะไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่ราคา แต่จะแข่งขันกันด้วยคุณภาพ เทคโนโลยี และความแตกต่างที่สร้างคุณค่าได้จริง”

ทั้งนี้ MONSTER LAB มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้กลุ่ม Pet Care ภายในไตรมาส 3/2569 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์การตลาดหลักดังต่อไปนี้

  • อาหารเม็ดสำหรับสุนัขและแมว

  • อาหารเปียกสำหรับสุนัขและแมว

  • ขนมสำหรับสุนัขและแมว

  • ผลิตภัณฑ์กรูมมิ่งสำหรับสุนัขและแมว

เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงในอนาคต

กางวิสัยทัศน์พาร์ทเนอร์ ยกระดับฐานการผลิตและนวัตกรรมฝีมือคนไทยเพื่อคนในครอบครัว

ด้าน หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิต และส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงที่สำคัญของโลก เรามีศักยภาพทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นจึงมองว่าวันนี้เราไม่ได้หยุดแค่การผลิต แต่เรากำลังก้าวไปอีกขั้น คือการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากทีมวิจัยของคนไทย มาพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ได้มากขึ้น ทั้งในเรื่องสุขภาพ คุณภาพชีวิต และปัญหาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงพบเจอจริงในชีวิตประจำวัน

“สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงอีกต่อไป สำหรับหลายคนเขาคือคนในครอบครัว เพราะฉะนั้น ถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด”

ขณะที่ น.สพ.ดร.กษิดิ์เดช ธีรนิตยาธาร กล่าวว่า ทุกเทคโนโลยีและทุกงานวิจัยที่เราพัฒนาขึ้น ต้องผ่านการทดสอบและการประเมินผล เราจึงมองที่ผลลัพธ์หลังการใช้งาน ทั้งเรื่องสมดุลของระบบทางเดินอาหาร กลิ่น และค่าต่าง ๆ ที่สามารถตรวจวัดและเปรียบเทียบได้ ดังนั้นเราอยากให้เห็นถึงนวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ต้องสามารถช่วยแก้ปัญหาและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพราะจะทำให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในอนาคตจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่จะสร้างความแตกต่าง คือการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานและแก้ปัญหาได้จริง