พลังเสียงเปลี่ยนชีวิต! TMAN ประกาศความสำเร็จแคมเปญ Propoliz คว้าเงินบริจาค 2.25 ล้าน ส่งมอบเครื่องช่วยฟังชุบชีวิตการได้ยินให้เด็กหูหนวก

บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล (TMAN) ปิดฉากแคมเปญใหญ่ “Propoliz Day : CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง…ถึงใจ” ส่งมอบเครื่องช่วยฟังมูลค่ารวมกว่า 2.25 ล้านบาท แก่มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ ดึงสถิติเด็กเกิดใหม่เสี่ยงหูหนวกทะลุ 1,200 คนต่อปี ชูมาตรการยุทธศาสตร์ ESG ขับเคลื่อนความเท่าเทียมในสังคมอย่างยั่งยืน

คณะผู้บริหารและทีมงาน TMAN ร่วมถ่ายภาพกับเด็กๆ ในพิธีปิดแคมเปญช่วยเหลือสังคมตามกรอบนโยบายยั่งยืน ESG
TMAN ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ในมิติเพื่อสังคม พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือขับเคลื่อนสังคมเท่าเทียม

ระดมพลังความเอื้ออาทรเปลี่ยนเสียงธรรมดาให้เป็นโอกาสการเรียนรู้ใหม่

นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิต และจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ได้นำผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โพรโพลิซ (Propoliz Series) เปิดตัวแคมเปญ Propoliz Day : CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง…ถึงใจ” ร่วมกับ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยเชิญชวนคนไทยร่วมเปลี่ยนเสียงที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันให้เป็นโอกาส เพื่อนำรายได้ไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องช่วยฟังและสนับสนุนการสื่อสารแก่ผู้บกพร่องทางการได้ยิน

เด็กนักเรียนหญิงผู้บกพร่องทางการได้ยินทดลองใช้งานเครื่องช่วยฟังในงานกิจกรรมส่งมอบอย่างเป็นทางการ
รอยยิ้มแห่งความสุขของเด็กผู้บกพร่องทางการได้ยินที่ได้รับโอกาสทางการสื่อสารและการใช้ชีวิตในสังคมอย่างเท่าเทียม

ตลอดระยะเวลาของแคมเปญนับตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา โพรโพลิซได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนน้องๆ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากคนไทยทั่วประเทศ และสร้างกระแสการมีส่วนร่วมทางสังคมในวงกว้าง สะท้อนให้เห็นถึงพลังความเอื้ออาทรของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี

อุปกรณ์เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง Berna fon ที่ได้รับการสนับสนุนจัดซื้อจากแคมเปญ Propoliz Day เพื่อมอบให้เด็กนักเรียนหูหนวก
เครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่องเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้และการสื่อสารที่ดีขึ้นสำหรับเด็กๆ

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัดพิธีส่งมอบเครื่องช่วยฟังอย่างเป็นทางการให้แก่น้องๆ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมุ่งหวังให้เครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่องเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ การสื่อสาร และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับเด็กๆ ทุกคน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือช่วงการเปิดคลิปเสียงและวิดีโอข้อความกำลังใจ ซึ่งรวบรวมมาจากคนไทยทั่วประเทศที่ร่วมส่งเข้ามาผ่านกิจกรรม ‘ส่งเสียงจากใจ’ ตลอดช่วงแคมเปญที่ผ่านมา เสียงและภาพเหล่านั้นถูกส่งต่อถึงน้องๆ โดยตรงภายในงาน สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้ม และความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน สะท้อนให้เห็นว่าแม้ระยะทางจะกั้น แต่ “เสียง” จากใจของคนไทยสามารถเดินทางข้ามพรมแดนไปถึงกันได้เสมอ

“วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่พวกเราภูมิใจมาก เพราะแคมเปญ CHARITY YOUR VOICE ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เสียงธรรมดาที่เราใช้กันทุกวัน เมื่อรวมพลังกันแล้ว สามารถสร้างความหมายที่ยิ่งใหญ่ให้กับใครอีกหลายคนได้จริง ๆ ขอขอบคุณคนไทยทุกคน รวมถึงพาร์ทเนอร์ทุกฝ่าย ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อกำลังใจในครั้งนี้ และหวังว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่ทุกคนร่วมกันส่งต่อ จะกลายเป็นอีกหนึ่งพลังใจสำคัญให้กับน้องๆ ต่อไป ความสำเร็จของแคมเปญฯ ตอกย้ำถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ TMAN ภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social and Governance) ในมิติเพื่อสังคม ที่ยึดถือเป็นแกนหลักที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจ เราพร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับองค์กรภาคสังคมในทุกรูปแบบ” นายประพล กล่าว

เผยวิกฤตเด็กเกิดใหม่เผชิญปัญหาทางการได้ยินพุ่งสูง 1,200 คนต่อปี

นายศุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานกรรมการ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า ข้อมูลและสถิติด้านโครงสร้างประชากรเด็กผู้บกพร่องทางการได้ยินในปัจจุบัน มีแนวโน้มและปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจดังนี้

  • ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 4 แสนกว่าคน

  • พบเด็กที่มีปัญหาทางการได้ยิน 3 ใน 1,000 คน หรือคิดเป็นจำนวนประชากรเด็กประมาณ 900 – 1,200 คนต่อปี

  • เด็กและเยาวชนในจำนวนนั้นอีกเป็นจำนวนมาก ยังเข้าไม่ถึงเครื่องช่วยฟัง อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคม

การจัดแคมเปญ “Propoliz Day : CHARITY YOUR VOICE” ของ TMAN ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยสนับสนุนเครื่องช่วยฟังให้กับเด็กๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจและทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการได้ยินและการสื่อสารของผู้บกพร่องทางการได้ยินมากขึ้น และช่วยสร้างบทสนทนาในสังคมเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางการสื่อสารในวงกว้างอีกด้วย