ผงาดผู้นำวิศวกรที่ปรึกษา! บมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ (STI) โชว์ผลงานมาสเตอร์พีซไตรมาส 2 กำไรสุทธิโตทะยาน 221.4% กางพอร์ตหนาแน่น 183 โครงการยักษ์ทั้ง One Bangkok และรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ตุนยอดงานในมือยาว 3 ปี เดินหน้าอัปเกรดระบบ AI Transformation บริหารต้นทุนดันมาร์จิ้นโตยั่งยืน
นายไพรัช เล้าประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำในกลุ่มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร พร้อมทีมผู้บริหาร ในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Earnings Call ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประจำไตรมาส 2 ปี 2568-2569 เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2569 มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดศักยภาพธุรกิจในกลุ่ม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
“STI Safety Framework” ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสู่ระดับสากล
“AI Transformation” การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการให้บริการ รองรับการเติบโตและการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต
เปิดไลน์อัพ 183 บิ๊กโปรเจกต์ภาครัฐ-เอกชน หนุน Backlog แข็งแกร่ง 3.6 พันล้าน
ปัจจุบัน STI มีพอร์ตงานรวมทั้งสิ้น 183 โครงการ แบ่งเป็นงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Management) จำนวน 129 โครงการ และงานออกแบบและอื่นๆ จำนวน 54 โครงการ โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานในหลายโครงการสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ
โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี
โครงการ One Bangkok
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้
โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3
ซึ่งโครงการเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อมาตรฐานการดำเนินงานและศักยภาพการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของบริษัท ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องถึงช่วงปลายปี 2569 เพื่อรองรับโอกาสจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ทยอยกลับมาฟื้นตัว หนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ปัจจุบันที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งมูลค่า 3,623 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า สะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงและรองรับการเติบโตระยะยาวในอนาคต
“ปี 2569 STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับศักยภาพองค์กร เสริมความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรอย่างยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างการเติบโตที่มั่นคง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายไพรัช กล่าว
โชว์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก กำไรสุทธิกระโดดเพิ่มขึ้น 221.4%
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568-2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 13.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.4% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 343.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ด้านรายได้ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 670.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% และมีกำไรอยู่ที่ 20.2 ล้านบาท โต 87.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้ในมือ ประกอบกับโอกาสในการขยายฐานงานใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายมิติ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต


