ส่งสัญญาณบวกไตรมาส 2/69! บมจ. ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง (RT) เดินหน้าสยายปีกบิ๊กโปรเจกต์ ตุนยอด Backlog แน่นมือ 5,572 ล้านบาท ลากยาวรายรับถึงปี 2571 กางแผนเชิงรุกชิงเค้กงานอุโมงค์-ระบายน้ำเพิ่ม 20,000 ล้านบาท มั่นใจโอกาสคว้างานสูงกว่า 50% พร้อมโชว์ฟอร์มพลิกบวก อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งแตะ 11.8%
นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/69 บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพจากการดำเนินงานโครงการ โดยเฉพาะงานอุโมงค์ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลัก ควบคู่กับการรับงานรอบเร็วเพื่อเสริมสภาพคล่องและบริหารกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กางพอร์ต Backlog หนาแน่น 5,572 ล้านบาท พร้อมลุยชิงเค้กประมูลใหม่ 20,000 ล้าน
ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มูลค่ารวม 5,572 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2571 พร้อมเตรียมเข้าร่วมประมูลงานเพิ่มเติมเพื่อทดแทนรายได้ที่ทยอยรับรู้ไป โดยมีแผนเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่รวมมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานอุโมงค์ อาทิ อุโมงค์รถไฟทางคู่ อุโมงค์ถนน และอุโมงค์ระบายน้ำ ทั้งนี้ หากนโยบายภาครัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลง บริษัทคาดว่าจะมีโอกาสได้รับงานมากกว่า 50% ของมูลค่างานที่เข้าประมูล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายฐานรายได้และสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป

สำหรับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างหลักในปัจจุบัน มีรายละเอียดการดำเนินงานตามแผนดังนี้
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จังหวัดระยอง คืบหน้า 93%
งานก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ คืบหน้า 78%
งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟทางคู่ สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย–งาว คืบหน้า 61%
งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟทางคู่ สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ สัญญาที่ 2 ช่วงงาว–เชียงราย คืบหน้า 89%
งานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา บริเวณคอขวด คืบหน้า 66%
โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง คืบหน้า 68%
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง จังหวัดตราด คืบหน้า 84%
งานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง คืบหน้า 6%
รวมถึงโครงการอื่น ๆ ที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2571

งัดเทคโนโลยี AI-Automation ควบคุมต้นทุน Real Time สรุปงบไตรมาส 1 พลิกบวก
นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้าง บริษัทเพิ่มมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามราคาน้ำมันและวัสดุหลัก การเจรจากับ Supplier การกระจายแหล่งจัดซื้อ รวมถึงบริหารจัดการด้านพลังงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์
“ขณะเดียวกัน บริษัทพัฒนาระบบ ERP, AI และ Automation เพื่อติดตามความก้าวหน้าและต้นทุนของโครงการแบบ Real Time ช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนความสามารถการทำกำไรและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”
สำหรับ ผลประกอบการไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้รวม 933 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท รวมถึงสามารถบริหารต้นทุนงานโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฐานะทางการเงินปรับตัวดีขึ้นโดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.8% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ติดลบ 4.2%


