สมการธุรกิจเปลี่ยนถาวร! SCBX ปลุกโลกตื่นรับยุค “Abundant Intelligence” ชี้เข้าถึงโมเดล AI ไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป งัดสถิติล้างโครงสร้างปัญญาขั้นสุด

สิ้นสุดยุค AI เป็นแค่ผู้ช่วยตอบคำถาม! SCBX แท็กทีม SCB DataX เขย่าพิมพ์เขียวโลกดิจิทัลเปิดตัวรายงาน “SCBX AI Outlook 2026” ประกาศการก้าวสู่ยุคแห่งปัญญาที่ไร้ขีดจำกัด เผยจุดเปลี่ยนสำคัญสู่ Agentic AI ที่ลงมือปฏิบัติการได้จริงตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปลดล็อกแนวคิด New Economics of Intelligence และระบบทุนมนุษย์ยุคใหม่ที่ทุกคนต้องเป็น AI Orchestrator

SCBX กลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำบทบาท “AI Thought Leader” หรือผู้นำทางความคิดด้าน AI ที่มุ่งผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปใช้ในระดับองค์กรและระดับประเทศ เปิดตัวรายงาน “SCBX AI Outlook 2026: The Age of Abundant Intelligence” ที่จัดทำโดยทีม Research & Development (R&D) ของ SCBX และ SCB DataX เพื่อนำเสนอ “กรอบคิดใหม่” ของโลกธุรกิจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของยุคเทคโนโลยี เมื่อ AI กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ผู้ช่วยตอบคำถาม” ไปสู่ “ผู้ช่วยส่วนตัวเชิงปฏิบัติการ” ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงวิวัฒนาการของเทคโนโลยี แต่เป็น “การเปลี่ยนโครงสร้างของปัญญา” (restructuring of intelligence) ในระดับระบบเศรษฐกิจ โดย AI กำลังเปลี่ยนสถานะจากทรัพยากรที่มีข้อจำกัด ไปสู่สิ่งที่เข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย (abundance) ส่งผลให้สมการการแข่งขันของธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เน้นการเข้าถึงเทคโนโลยี สู่ความสามารถในการออกแบบและใช้ AI เพื่อสร้างคุณค่าอย่างแท้จริง ทั้งนี้ คำถามสำคัญขององค์กรในยุคถัดไปจึงไม่ใช่ว่า “AI ทำอะไรได้” แต่คือ “องค์กรจะสามารถใช้ประโยชน์และต่อยอดปัญญาที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบและเติบโตได้อย่างไร”

ก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากยุคดิจิทัล สู่มิติระบบ ‘Always-on Intelligence’

คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) กล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร จากยุคดิจิทัลสู่ยุคของ Agentic AI ซึ่งเป็น AI ที่สามารถลงมือปฏิบัติการได้จริง ว่า “AI กำลังก้าวจากระบบที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่ระบบที่สามารถลงมือทำงานได้จริง ทั้งการวางแผน ตัดสินใจ และติดตามผล ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ”

ในยุคนี้ AI ถูกออกแบบให้เป็น ‘Always-on Intelligence’ ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา พร้อมบริหารจัดการบริบท (context) และเชื่อมต่อกับเครื่องมือและระบบต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนงานที่ซับซ้อนได้อย่างไร้รอยต่อ

“อย่างไรก็ตาม ความท้าทายขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การนำ AI มาใช้ แต่คือการใช้ AI ให้เกิดคุณค่าอย่างแท้จริง โดยต้องหลีกเลี่ยงกับดักสำคัญ ทั้งการทดลองที่ไม่สามารถขยายผล การมุ่งเน้นการใช้งานมากกว่าผลลัพธ์ และการสูญเสียการมองเห็นในโลกที่การค้นหากำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI” คุณกวีวุฒิ กล่าวเสริม

เจาะลึก 4 แกนหลักนิยามใหม่ของเศรษฐศาสตร์และการปฏิรูปแรงงาน

รายงานของ SCBX ชิ้นนี้ได้ฉายภาพและวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลกยุคเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบในหลายแง่มุม

  • เมื่อ “Intelligence” กลายเป็น Infrastructure ใหม่ของโลก การเข้าสู่ยุค Abundant Intelligence กำลังเปลี่ยน AI จากเครื่องมือ ไปสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ของเศรษฐกิจและองค์กร ซึ่งในบริบทนี้ ความได้เปรียบทางการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงโมเดล AI ระดับสูงอีกต่อไป เนื่องจากต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่องและผู้เล่นจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ในระดับใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างจะเกิดจากความสามารถในการ ออกแบบระบบ (Harness) และการพัฒนา โมเดลเฉพาะทาง (Specialized Models) ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างแท้จริง

  • จาก “Model” สู่ “Value Stack” นิยามใหม่ของ AI ในองค์กร สรุปว่า AI ในยุคปัจจุบันต้องถูกมองเป็น Value Stack ที่ครอบคลุมตั้งแต่แอปพลิเคชัน โมเดล โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล ไปจนถึงบุคลากรและระบบกำกับดูแล โดย “ชั้นแอปพลิเคชัน” (Applications Layer) คือจุดที่เกิดมูลค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง ขณะที่ “Harness” ซึ่งรวมถึงเครื่องมือ data layer ระบบ orchestration และ governance กำลังกลายเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการนำ AI ไปใช้งานจริง

  • เศรษฐศาสตร์ใหม่ของ AI เมื่อ “โทเคน” คือทรัพยากร อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเกิดขึ้นของ New Economics of Intelligence ซึ่ง “โทเคน” กลายเป็นทรัพยากรในการจัดสรรศักยภาพของ AI ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ หรือคุณภาพของผลลัพธ์ องค์กรจึงจำเป็นต้องบริหารการใช้ทรัพยากรเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมออกแบบระบบให้สามารถสร้างคุณค่าสูงสุดจาก AI ในทุก use case

  • Redefining Work จาก “ผู้ปฏิบัติ” สู่ “AI Orchestrator” เพราะ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ได้มุ่งทดแทนมนุษย์ แต่เป็นการยกระดับศักยภาพของบุคลากร แนวคิดใหม่อย่าง Vibe Coding กำลังทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเกิดขึ้นได้รวดเร็วและเข้าถึงได้มากขึ้น ขณะที่บทบาทของคนทำงานเปลี่ยนไปสู่การเป็น AI Orchestrator หรือผู้ที่สามารถกำกับ ประสาน และพัฒนาการทำงานของ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และความเข้าใจเชิงระบบจะมีความสำคัญมากขึ้น

การเข้าถึงปัญญาระดับสากล พัฒนาบิ๊กโมเดล “Typhoon” สู่ความยั่งยืน

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การทำให้ AI เข้าถึงได้ในวงกว้างต้องอาศัยหลายปัจจัย ตั้งแต่ต้นทุนที่ลดลง การรองรับภาษาท้องถิ่น การโต้ตอบผ่านเสียง และการประมวลผลบนอุปกรณ์ปลายทาง (edge computing) ในบริบทนี้ SCBX ได้พัฒนาเทคโนโลยี AI เช่น Typhoon เพื่อรองรับบริบทภาษาและการใช้งานในประเทศไทย พร้อมสะท้อนแนวโน้มสำคัญที่ AI กำลังก้าวสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ (Sovereign AI)

ขณะเดียวกัน ทางกลุ่มบริษัทเน้นย้ำว่า ยิ่ง AI มีศักยภาพมากขึ้น ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามมา องค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับ Responsible AI ตั้งแต่การออกแบบระบบตามหลัก Zero-Trust การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการมี Human-in-the-loop เพื่อควบคุมและตรวจสอบผลลัพธ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

ควบคู่กับการเปิดตัวรายงาน SCBX AI Outlook 2026 ในครั้งนี้ ทีม SCBX R&D ยังได้เปิดตัว “SCBX Knowledge Hub” แพลตฟอร์มที่รวบรวมองค์ความรู้และนวัตกรรมจากงานวิจัยของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ไว้ในที่เดียว เพื่อผลักดันให้ความรู้ด้าน AI เปิดกว้างและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน แพลตฟอร์มดังกล่าวครอบคลุมเนื้อหาหลากหลาย ทั้งงานวิจัย สรุปสิทธิบัตร โปรเจกต์ บทความ รายงานเชิงลึก ความร่วมมือ และอัปเดตจากกิจกรรมต่างๆ โดยออกแบบมาเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนา ภาคธุรกิจ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้และนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริง