SYNEX ประกาศศักดา Opp Day  ชูมาร์จิ้นพุ่งรับเมกะเทรนด์ AI-Data Center ปักธงปี 69 รายได้ทะลุ 5.3 หมื่นล้าน

ซินเน็ค (ประเทศไทย) เผยผลงาน Q1/69 กำไรพุ่ง 17.6% มั่นใจครึ่งปีหลังโตแกร่งเกาะกระแส AI และ Data Center ขยายตัวทั่วโลก พร้อมปรับพอร์ตลุยสินค้ามาร์จิ้นสูง และขยายธุรกิจ Solar Solution สู่ New Growth Driver ผลักดันรายได้ปี 69 สู่เป้าหมาย 53,000 ล้านบาท

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้าสู่รอบการลงทุนใหม่

นายปัญญา พูนเพิ่มผลสิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขายและการตลาด กล่าวว่า บริษัทประเมินว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเข้าสู่รอบการลงทุนครั้งใหม่ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ได้แก่

  • การขยายตัวของ AI Infrastructure และ Data Center ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้องค์กรภาครัฐและเอกชนเร่งลงทุนระบบไอทีและโซลูชันเพื่อรองรับการทำ Digital Transformation มากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตของตลาด Enterprise และ Commercial IT ในปีนี้

  • การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ AI PC รวมถึงการอัปเกรดระบบสู่ Windows 11 เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าในกลุ่ม Commercial PC และอุปกรณ์ไอทีสำหรับองค์กรให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ชูกลยุทธ์ปรับ Product Mix พร้อมลุยธุรกิจ Energy Solution

บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ปรับ Product Mix และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Enterprise Solution, Commercial IT และ Gaming ควบคู่กับการต่อยอด Technology Ecosystem เพื่อยกระดับคุณภาพรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ SYNEX ยังขยายสู่ธุรกิจ Energy Solution เพื่อรองรับเทรนด์พลังงานสะอาดและความต้องการบริหารต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ ซึ่งได้รับความสนใจจากองค์กรและผู้บริโภคที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นอีกหนึ่ง New Growth Driver สำคัญในอนาคต

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่ากลุ่ม Consumer จะกลับมาคึกคักมากขึ้น จากการเปิดตัวสินค้า Flagship รุ่นใหม่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มสมาร์ตดีไวซ์และเกมมิ่ง ควบคู่กับกลยุทธ์บริหารพอร์ตสินค้าสู่กลุ่มมาร์จิ้นสูง เพื่อสนับสนุนภาพรวมรายได้ปี 2569 ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

“ภาพรวมอุตสาหกรรมไอทียังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงระมัดระวัง โดยความท้าทายสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่การชะลอตัวของดีมานด์ แต่เป็นข้อจำกัดด้าน Supply ของสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้า High-End และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนของ Data Center และ Hyperscaler ทั่วโลก ส่งผลให้ราคาสินค้าบางประเภทปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่บริษัทใช้จุดแข็งด้านพอร์ตสินค้าที่หลากหลายในการบริหาร Product Mix และรักษาความสามารถในการเติบโต ควบคู่การขยายธุรกิจไปยังกลุ่มใหม่ๆ ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากองค์กรและผู้บริโภคที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทเชื่อว่ากลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาว”

ผลงานไตรมาส 1/69 แกร่ง กำไรสุทธิเติบโต 17.6%

ด้าน นางสาวณัฐนิชา ธุรนิกร ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 11,312 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน การปรับ Product Mix และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจมาร์จิ้นสูงอย่างต่อเนื่อง