บล.โกลเบล็ก (GBS) กางพิมพ์เขียวตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ชูสัญญาณ Sideway Up รับอานิสงส์ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฟื้น เงินไหลเข้าพุ่ง 124% พ่วงเป้าส่งออกก้าวกระโดดแตะ 7% กางกลยุทธ์ Selective Buy ดัก 4 หุ้นเด่นกลุ่มค้าปลีก-อุปโภคบริโภค CPAXT, BJC, TNP, MOTHER
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวในทิศทาง Sideway Up โดยมีกรอบดัชนีอยู่ที่ 1,510 – 1,560 จุด ได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลงตามทิศทางน้ำมัน WTI ประกอบกับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติงวด 4 เดือนแรกของปี 2569 ไหลเข้าทะลักกว่า 1.29 แสนล้านบาทสะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ขณะที่ EXIM Bank ปรับเพิ่มเป้าส่งออกปีนี้แตะ 7% ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำดักหุ้นได้ประโยชย์มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส”

GBS มองหุ้นไทยเคลื่อนไหว Sideway Up ต่างชาติเชื่อมั่นขนเงินเข้ากว่า 1.29 แสนล้าน
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Up โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ระดับ 1,510 – 1,560 จุด ซึ่งได้รับปัจจัยบวกสำคัญจากความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงและเป็นผลดีต่อต้นทุนพลังงานในภาพรวม
นอกจากนี้ สัญญาณทางเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นำโดยเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าสู่วงการธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรายละเอียดตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญมีดังนี้:
เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ: ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้รวมกว่า 1.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 124% จากปีก่อน
ภาคการส่งออก: ขยายตัวโดดเด่นถึง 17% ในไตรมาสแรก จนทำให้เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ก้าวกระโดดขึ้นเป็น 7% (จากเดิมคาดเพียง 0-2%) โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ควบคู่กับสินค้าเกษตร
สำหรับทิศทางเศรษฐกิจโลกยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ที่ลดลงสู่ระดับ 209,000 รายซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่ยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดกรีนแลนด์
เกาะติดปัจจัยท้าทายภูมิรัฐศาสตร์โลก-จับตายอดโอนอสังหาฯ ไตรมาสแรก
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งประเด็นที่ผู้นำอิหร่านสั่งระงับการส่งออกคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตี รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่จากการที่สหรัฐฯ ตั้งข้อหาอดีตประธานาธิบดีคิวบาสะท้อนความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสองประเทศคู่ขัดแย้งตั้งแต่ยุคสงครามเย็น และเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครองในคิวบา และแผนการส่งทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติมไปยังโปแลนด์ อีก 5,000 นาย
ขณะที่ในประเทศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเผยผลประกอบการกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/2569 พบว่า:
กลุ่มคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่าง: ชะลอตัวเนื่องจากยังคงเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยและเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวด
กลุ่มสินค้าแนวราบระดับบน: ยังคงสามารถเติบโตได้
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้นักลงทุนยังคงต้องติดตามการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างใกล้ชิด ทั้งการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยจากธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ รวมไปถึงการรายงานข้อมูลด้านเศรษฐกิจต่างของต่างประเทศ ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค การจ้างงาน และการประมาณการ GDP ไตรมาสแรกของสหรัฐฯ รวมถึงรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีน
กลยุทธ์ Selective Buy ดัก 4 หุ้นเด่นอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ด้านกลยุทธ์การลงทุน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำ จัดพอร์ตการลงทุนแบบคัดสรรหุ้นเด่น (Selective Buy) โดยเน้นไปที่ 2 กลุ่มหลักที่มีปัจจัยบวกสนับสนุน ได้แก่:
กลุ่มรับผลปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Global Small Cap: ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ แนะนำให้เข้าลงทุนใน MRDIYT และ TFG แต่ให้หลีกเลี่ยง TOA ที่ถูกนำออกจากดัชนี
กลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภค: ที่เตรียมรับอานิสงส์เชิงบวกจากการเปิดลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ CPAXT, BJC, TNP และ MOTHER



