บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค (BLC) แจงงบไตรมาส 1/2569 ฟาดรายได้ 417.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30.4 ล้านบาท ชูสินค้าเรือธงสมุนไพร “Plaivana” ยอดพุ่งแรงเกิน 10% เตรียมเปิดโรงงานใหม่ Q4/69 บอร์ดใจดีเคาะจ่ายปันผล 0.04 บาท/หุ้น ขึ้น XD 22 พ.ค.นี้ ย้ำภาพหุ้นปันผลเด่น (Dividend Stock) อย่างต่อเนื่อง
BLC เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 69 ทำรายได้ 417 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ล้านบาท
บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ BLC ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ทำรายได้จากการขายและให้บริการ 417.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) ขณะกำไรสุทธิทำได้ 30.4 ล้านบาท ชี้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสมุนไพรแบรนด์ Plaivana เติบโตโดดเด่น คาดเปิดดำเนินการโรงงานใหม่ในไตรมาส 4 ปี 2569
บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.04 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ตอกย้ำ Dividend Stock ที่สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
เจาะลึกผลงาน Q1/69 ช่องทาง รพ. โตเด่น 11.4%
ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เปิดเผยว่า
ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 417.8 ล้านบาท เติบโต 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก:
ช่องทางโรงพยาบาล: สร้างรายได้ 179 ล้านบาท เติบโต 11.4% (YoY) และ 10.6% (QoQ)
กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร: โดยเฉพาะแบรนด์ Plaivana (ไพลวาน่า) ที่ทำผลงานโดดเด่น มีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% (YoY)

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและให้บริการยังคงปรับตัวลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นผลมาจากยอดขายกลุ่มเครื่องสำอางที่ปรับตัวลดลงจากภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมีแผนสร้างการเติบโตผ่านการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ควบคู่กับการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ กำไรขั้นต้นทำได้ 229.0 ล้านบาท และมี กำไรสุทธิ 30.4 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการขาย (Product Mix) ซึ่งยอดขายในกลุ่มเครื่องสำอางที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (GP) สูงปรับตัวลดลง ประกอบกับบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการเดินหน้าลงทุนสร้างแบรนด์ ทำการตลาด และการเพิ่มจำนวนบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต
จ่อเปิดโรงงานใหม่ จ.ราชบุรี อัปกำลังการผลิต
สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผลิตยาแห่งใหม่ที่จังหวัดราชบุรี คาดว่าจะสามารถส่งมอบอาคารได้ภายในเดือนมิถุนายน และจะเริ่มทดลองการผลิต (Test Run) ได้ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยอาคารหลังใหม่นี้จะเน้นการผลิตยาสามัญและยาสามัญใหม่ ครอบคลุมประเภทเม็ด แคปซูล ผง และครีม ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสร้าง Economies of Scale ได้เป็นอย่างดี

บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.04 บาท/หุ้น ขึ้น XD 22 พ.ค. 69
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น และตอกย้ำการเป็น Dividend Stock ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสุทธิและกำไรสะสมของผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ดังนี้:
อัตราเงินปันผล: 0.04 บาทต่อหุ้น (รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 24 ล้านบาท)
วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD: 22 พฤษภาคม 2569
วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date): 25 พฤษภาคม 2569
กำหนดจ่ายเงินปันผล: 10 มิถุนายน 2569
กางแผนรุกตลาด ขยายพอร์ตยาและสมุนไพร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLC กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนรุกตลาดและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2569 บริษัทฯ มีทิศทางดังนี้:
กลุ่มยาสามัญและสมุนไพร: เตรียมเปิดตัวยาสามัญใหม่ 1 รายการในช่วงไตรมาส 4/2569 โดยได้เริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ไพลวาน่า คูล สเปรย์” ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมวางแผนออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มเติมอีก 2 รายการในช่วงไตรมาส 3-4
กลุ่มเสริมอาหารและเครื่องสำอาง: * แบรนด์ Clena เดินหน้าทำ Branding เพิ่มเติม
แบรนด์ Prozeus และ DeeDay มียอดขายในไตรมาส 1/2569 เติบโตได้ดีกว่าไตรมาส 4/2568 โดยเฉพาะ DeeDay ที่กำลังรุกสร้างแบรนด์ผ่าน Influencer เจาะกลุ่มเสริมอาหารสำหรับเด็ก
กลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย: เตรียมนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในโรงพยาบาล ขยายเข้าสู่ช่องทางร้านขายยาให้มากขึ้น พร้อมเจาะตลาดในจังหวัดที่ยังมีส่วนแบ่งการตลาดน้อยเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่
“ทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 BLC มุ่งเน้นสร้างการเติบโตผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลดต้นทุนพลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม เฟส 2 ควบคู่กับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไร เรายังคงเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุกในกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการทำกำไรสูง ขยายช่องทางออนไลน์ และบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างรัดกุมเพื่อรับมือกับความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” ภก.สุวิทย์ กล่าว


