HBA ชี้รับสร้างบ้าน Q2 เข้าโหมด “เฝ้าระวัง” ต้นทุนพุ่งดันราคาบ้านปรับขึ้น 3-5% ดีเดย์ พ.ค.นี้ พร้อมชงรัฐขยายเพดานลดหย่อนภาษี

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ประเมินตลาด Q2/69 ทรงตัว ประกาศเข้าสู่โหมด “เฝ้าระวัง” หลังต้นทุนวัสดุ-ขนส่งพุ่งจากผลกระทบสงคราม เผยสมาชิกเตรียมปรับราคาบ้าน 3-5% พ.ค.นี้ พร้อมชงรัฐขยายเพดานลดหย่อนภาษี “สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง” เป็น 5 แสนบาท

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ประเมินแนวโน้มภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อยู่ในภาวะ “ชะลอตัวเล็กน้อยถึงทรงตัว” เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2568 พร้อมเดินหน้าเข้าสู่โหมด “เฝ้าระวัง” หลังราคาวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งพุ่งสูง

ยอดขาย Q2 จ่อลดลงเล็กน้อย ตลาดบ้านหรูยังแกร่ง

สมาคมฯ คาดการณ์ยอดขายของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกในไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่าใกล้เคียง หรือ ลดลงเล็กน้อย ประมาณ 0–5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักดังนี้:

  • กลุ่มระดับกลางถึงล่าง: ได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์

  • กลุ่มตลาดบ้านหรู (20 ล้านบาทขึ้นไป): ยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง และได้รับผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น

พิษสงครามดันต้นทุนพุ่ง เตรียมปรับราคาบ้าน 3-5% ดีเดย์ พ.ค.นี้

ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโลจิสติกส์และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบ จาก ต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นแล้วกว่า 15–20% โดยเฉพาะ:

  • กลุ่มวัสดุโครงสร้างหลัก (กลุ่มเหล็กและโลหะ)

  • กลุ่มปิโตรเคมี (วัตถุดิบต้นน้ำของวัสดุหลายประเภท)

  • ผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์และกระเบื้อง

เพื่อให้บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ภายใต้มาตรฐานคุณภาพเดิม สมาคมฯ คาดการณ์ว่าบริษัทสมาชิกโดยส่วนใหญ่จะมีการ ปรับราคาค่าก่อสร้างบ้านขึ้นประมาณ 3–5% โดยจะเริ่มเห็นการปรับราคาที่ชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 2 หรือ เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ดังนั้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในการทำสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านภายในไตรมาสนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายในการ “ล็อกราคาเดิม” เอาไว้ก่อนที่ต้นทุนใหม่จะถูกนำมาคำนวณเพื่อปรับใช้เป็นราคาบ้านในปัจจุบัน

ชงรัฐยกระดับมาตรการภาษี “สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง”

สมาคมฯ เตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมถึงกลุ่ม “สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง” โดยมีข้อเสนอสำคัญคือ:

  • ขยายเพดานเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (สำหรับผู้ที่เซ็นสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านกับบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากเดิมสูงสุด 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท

  • ระยะเวลาของมาตรการภาษีควรอยู่ที่ 2–3 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วประเทศ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ เกาะติดสถานการณ์เศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานอย่าง “เฝ้าระวัง” ในขณะเดียวกันก็ดำเนินแผนงานเชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้ผู้บริโภคทั่วประเทศถึงมาตรฐานและความเชี่ยวชาญในการสร้างบ้าน การให้บริการที่ครบวงจร และการส่งมอบงานตามสัญญา ทำให้หมดปัญหาเรื่องการทิ้งงานจนทำให้ผู้บริโภคหมดเงินไปกับการสร้างบ้านแต่ไม่ได้บ้าน

ความคืบหน้าการขยายตลาดสู่ภูมิภาค

สมาคมฯ ประสบความสำเร็จในการจัดตั้ง “บอร์ดภูมิภาค” (ภาคอีสานและภาคใต้) เพื่อยกระดับมาตรฐานการรับสร้างบ้านให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยพบว่าตลาดต่างจังหวัดมีสัดส่วนสูงถึง 77% ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งในปีนี้ สมาคมฯ จะเน้นการจัดกิจกรรมสัญจรและงานรับสร้างบ้านในหัวเมืองใหญ่ เช่น ขอนแก่นและหาดใหญ่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่ต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความมั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน