บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้ผันผวนในกรอบ 1,530 ถึง 1,580 จุด เตือนจับตาความขัดแย้งตะวันออกกลางและวิกฤตการเมืองยุโรปกดดันตลาด พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนชู 6 หุ้นเด่น GUNKUL, GULF, SOLAR, COM7, KUMWEL และ ASEFA รับอานิสงส์โครงการโซลาร์ภาคประชาชน
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า ตลาดมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยประเมินการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ในกรอบ 1,530 ถึง 1,580 จุด ทั้งนี้ ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีเพิ่มการโจมตีในซาอุดีอาระเบีย จนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่และครอบครัวที่ไม่มีภารกิจเร่งด่วนเดินทางออกจากพื้นที่
ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ท่ามกลางรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังวางแผนโจมตีอิหร่านระลอกใหม่หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลต่อวิกฤตการเมืองในทวีปยุโรป ตามรายงานของสำนักข่าว CNBC ที่ระบุว่าปัญหาค่าครองชีพและบริการภาคสาธารณะส่งผลให้ประชาชนหลายแสนคนออกมาชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศสและกำลังลุกลามไปยังหลายประเทศทั่วยุโรป ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาคการส่งออกของไทย ทั้งในแง่กำลังซื้อ ความต้องการสินค้า และระบบโลจิสติกส์

ปัจจัยบวกหนุนตลาด คมนาคมชงงบรถไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศมีความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ซึ่งกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ เพื่อขออนุมัติงบกลาง 5.8 พันล้านบาท สำหรับเดินหน้าและขยายมาตรการรถไฟฟ้า 17 ถึง 45 บาท รวมถึงมาตรการ 40 บาทตลอดวันสำหรับสายสีแดงและสีม่วงไปจนถึงสิ้นปี 2570 ขณะที่ ขสมก. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการเช่ารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 2,320 คัน วงเงินกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีการปรับโครงสร้างค่าโดยสารใหม่
นอกจากนี้ ตลาดทุนไทยยังได้รับอานิสงส์เชิงบวกหลังการประชุม IMF-World Bank โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประเมินว่าบรรยากาศหุ้น IPO ในปี 2570 จะกลับมาคึกคักจากการเตรียมระดมทุนของหุ้นขนาดใหญ่และกองทุนมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท ส่วนปัจจัยต่างประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาตรการภาษีศุลกากรต่อสินค้าแคนาดาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ประกอบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้ผู้นำยูเครนเร่งเจรจายุติความขัดแย้งกับรัสเซีย
จับตาผลประชุม กนง. และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย
ปัจจัยในประเทศ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2569 ในวันที่ 28 ตุลาคม ตามด้วยการรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยโดยธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 30 ตุลาคม รวมถึงการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังและภูมิภาคในช่วงสัปดาห์ที่ 5 ของเดือน
ปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ จีนรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายนในวันที่ 27 ตุลาคม และสหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกันยายน ราคาบ้านเดือนสิงหาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคม ยอดขายบ้านใหม่เดือนกันยายน และดัชนีการผลิตเดือนตุลาคม ต่อด้วยการรายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์วันที่ 28 ตุลาคม
การประชุมธนาคารกลาง ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 27 ถึง 28 ตุลาคม ซึ่งจะมีการประกาศอัตราดอกเบี้ยในเช้าวันที่ 29 ตุลาคม รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 29 ตุลาคม และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 30 ตุลาคม
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของทั้งจีนและสหรัฐฯ ตลอดสัปดาห์ อาทิ ดัชนีการผลิต ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2569 ของสหรัฐฯ ตลอดจนผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ประจำปี 2569 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มที่รับอานิสงส์จากโครงการ โซลาร์ภาคประชาชน ได้แก่
GUNKUL
GULF
SOLAR
COM7
KUMWEL
ASEFA


