อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ (TIPAK) ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจมุ่งเป้า Zero Defect ทุ่มงบอัปเกรดเทคโนโลยีการผลิตสู่ Smart Factory ตั้งเป้าลดต้นทุน 1-3% ภายในปี 2570 พร้อมรุกตลาดบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูงรับเทรนด์อีคอมเมิร์ซและรักษ์โลก
นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK หนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมาย Zero Defect ลดของเสียในกระบวนการผลิตของโรงงานสมุทรสาครและปราจีนบุรีให้เป็นศูนย์ โดยมุ่งลดของเสียในกระบวนการผลิตให้ต่ำที่สุด ด้วยงบลงทุน 100 ล้านบาท ในปี 2570 ซึ่งจะครอบคลุม 3 ด้านหลัก ดังต่อไปนี้
-
การยกระดับสายการผลิตอัตโนมัติช่วยลดความสูญเสีย (Waste) และเพิ่มความรวดเร็ว
-
ขับเคลื่อนดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ ซึ่งจะใช้ระบบ SCADA ในสายการผลิต ระบบบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance หรือ PdM) และระบบติดตาม OEE แบบ Real-time เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ทันท่วงที
-
ระบบควบคุมคุณภาพขั้นสูง เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิตและยกระดับอัตราการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน (Quality Rate) ให้สูงขึ้น
เป้าหมายลดต้นทุนการผลิตและกลยุทธ์ Product Mix
บริษัทฯ วางเป้าหมายจะลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (ไม่รวมวัตถุดิบ) 1–3% ภายในปี 2570 เทียบกับฐานปี 2569 พร้อมเดินหน้ายกระดับโรงงานสู่การเป็น Smart Factory ด้วยเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบจากการเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดราคาที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนของบริษัทฯ มาจากวัตถุดิบเป็นหลัก โดยเฉพาะกระดาษม้วนที่มีราคาผันผวนตามตลาดโลก การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับแผนธุรกิจมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ (Product Mix Strategy) เพื่อยกระดับสัดส่วนยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value) ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมกล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) ให้มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ดังนี้
-
การป้องกันความชื้น
-
สารเคลือบฟังก์ชันพิเศษเพื่อยืดอายุผักและผลไม้
-
การยับยั้งเชื้อราและจุลินทรีย์
-
บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติต้านทานน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
-
การพิมพ์ลายคุณภาพสูง
-
บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งระยะไกล
ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในส่วนของแผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet) มุ่งรักษาระดับการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
แนวโน้มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการรองรับดีมานด์
นายวีรชัยกล่าวต่อว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษลูกฟูกและกระดาษแข็งลูกฟูก และบรรจุภัณฑ์จากกระดาษยังมีทิศทางที่ดี โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นหนึ่งใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ดัชนีผลผลิตขยายตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกปี 2569 แม้ภาคการผลิตโดยรวมเผชิญกับภาวะชะลอตัว
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่
-
คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษในปี 2570 จะเติบโต 2.9%
-
Euromonitor คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด E-commerce ของประเทศไทยในอีก 5 ปี (2568–2573) จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 8% สู่ระดับ 1.82 ล้านล้านบาท
-
ตลาดกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 4% สู่ระดับ 1.52 ล้านล้านบาท
-
เทรนด์รักษ์โลกคาดว่ามูลค่าตลาด Sustainable Paper Packaging ของกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) จะอยู่ที่ 44.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2572 เติบโตเฉลี่ยปีละ 8.0% (CAGR ปี 2567-2572)
ขณะที่โรงงานทั้งสองแห่งของบริษัทฯ มีความพร้อมสูงสุดในการรองรับดีมานด์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดกำลังการผลิตดังนี้
-
แผ่นกระดาษลูกฟูก มีกำลังการผลิตรวมกันกว่า 140,000 ตันต่อปี มีอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-rate) ปี 2568 อยู่ที่ 75% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 78% และ 80% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ
-
กล่องกระดาษลูกฟูก มีกำลังการผลิตกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี และอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-rate) ในปี 2568 อยู่ที่ 54% และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 56% และ 57% ในปี 2569–2570 ตามลำดับ
ซึ่งการมุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันด้วยโซลูชันแบบครบวงจร การรุกขยายกลุ่มบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value) ที่มีมาร์จิ้นสูง ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านโรงงานจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งและผลักดันให้ TIPAK ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตกระดาษลูกฟูกและกล่องกระดาษลูกฟูกแถวหน้าของประเทศภายใน 3–5 ปีข้างหน้า ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริการบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืน

