GULF ทุบสถิติ! โชว์กำไรนิวไฮ Q1/69 ทะยาน 9,326 ล้านบาท โตกระฉูด 43% อานิสงส์พลังงาน-AIS หนุนเต็มสูบ

GULF ประกาศผลงานไตรมาส 1/2569 สุดแกร่ง! กวาด Core Profit สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 9,326 ล้านบาท เติบโต 43% รับแรงหนุนธุรกิจโรงไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียนโตเด่น ผนวกส่วนแบ่งกำไร AIS ทะลุ 4.4 พันล้านบาท พร้อมกางเป้าหมายรายได้ปี 69 โต 10-15% ลุยต่อยอดอาณาจักรดาต้าเซ็นเตอร์ 1,000 เมกะวัตต์

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ด้วยสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมี รายได้รวม (Total Revenue) อยู่ที่ 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จาก 32,344 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และกวาด กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 9,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 43% จาก 6,506 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568

ขุมพลังดันกำไรพุ่ง! ธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซฯ – พลังงานหมุนเวียนโตก้าวกระโดด

ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ดังนี้:

  • กลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (กลุ่ม GJP & IPD): * รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จากกลุ่ม GJP จำนวน 614 ล้านบาท เติบโต 251% จากปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง (GNS) มี Load Factor เฉลี่ยพุ่งจาก 4% เป็น 32%

    • กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP 7 โครงการ ภายใต้ GJP มียอดขายไฟฟ้าให้กลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น (Load Factor เพิ่มจาก 56% เป็น 62%)

    • โรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD ได้แก่ กัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และ กัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) มีกำไรเพิ่มขึ้น โดย GSRC มี Load Factor พุ่งจาก 55% เป็น 80% และ GPD เพิ่มจาก 55% เป็น 76%

  • โครงการในสหรัฐอเมริกา (Jackson Generation): รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 30 ล้านบาท รับอานิสงส์ค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 29 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ตามความต้องการไฟฟ้าในตลาด PJM ที่พุ่งสูง

ภาพมุมสูงของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
ธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติของ GULF เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน

    • รับรู้กำไรเต็มไตรมาสจาก Solar Farms และ Solar BESS ในประเทศ 7 โครงการ (597 เมกะวัตต์) ดันกำลังการผลิตรวมเป็น 1,129 เมกะวัตต์

    • โครงการพลังงานลมแม่โขง (เวียดนาม): บรรลุข้อตกลงอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่ 7.2 เซนต์สหรัฐฯ/กิโลวัตต์ชั่วโมง บันทึกรายได้ย้อนหลัง 636 ล้านบาท

    • โรงไฟฟ้าพลังงานลม BKR2 (เยอรมนี): รับรู้กำไร 381 ล้านบาท เติบโต 79% ตามความเร็วลมเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 10.3 เมตร/วินาที

    • โรงไฟฟ้าชีวมวล กัลฟ์ จะนะ กรีน (GCG): พลิกมีกำไร 50 ล้านบาท (จากขาดทุน 30 ล้านบาท) จากยอดขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนราคาไม้ลดลงเหลือ 668 บาท/ตัน

    • อย่างไรก็ดี โครงการพลังงานลมภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul มีกำไรลดลงเหลือ 130 ล้านบาท จากความเร็วลมเฉลี่ยและค่า Ft ที่ลดลง

  • ธุรกิจทรัพยากร: โครงการ PTT NGD มีกำไร 124 ล้านบาท (ลดลง 49%) ขณะที่ธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซ (GLNG/HKH) นำเข้า LNG 18 ลำ รวม 1.2 ล้านตัน ทำกำไร 204 ล้านบาท เติบโต 140%

รับส่วนแบ่งกำไร AIS ทะลุ 4.4 พันล้านบาท

ในส่วนของธุรกิจดิจิทัล GULF รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จาก AIS จำนวน 4,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% (เทียบกับตัวเลขเสมือน 3,314 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568) หนุนจากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ทั้งมือถือและบรอดแบนด์ รวมถึงต้นทุนโครงข่ายและคลื่นความถี่ที่ลดลง

โครงการโรงไฟฟ้าของกลุ่ม GULF ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพพื้นที่สีเขียว สะท้อนความมุ่งมั่นในการผลิตพลังงานควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
GULF มุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

อัปเดตฐานะการเงินแกร่ง EBITDA ทะยาน 16,134 ล้านบาท

ไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ ทำ EBITDA ทะยานแตะ 16,134 ล้านบาท เติบโต 27% ขณะที่ กำไรสุทธิ (Net Profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) ทำได้สูงถึง 9,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จาก 6,564 ล้านบาท

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 820,652 ล้านบาท หหนี้สินรวม 442,532 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 378,120 ล้านบาท โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net interest-bearing debt to equity) ขยับขึ้นเล็กน้อยที่ 0.91 เท่า จากการออกหุ้นกู้ 35,000 ล้านบาท

กางแผนครึ่งปีหลัง มุ่งขยายพลังงานสะอาด – รุกคืบ Data Center

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เปิดเผยว่า

“บริษัทฯ ยังคงประมาณการการเติบโตของรายได้รวมในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการของโครงการใหม่ ซึ่งในปีนี้โครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมรวมประมาณ 700 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการ solar farms และ solar BESS ในประเทศจำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 623 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี (CM WTE) กำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ และโครงการ solar rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะทยอยจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีก 60-70 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ของบริษัทฯ

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจพลังงาน ทั้งจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเมษายน ประกอบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา จากค่า Capacity Payment ที่จะปรับเพิ่มขึ้นจาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก data center ในตลาด PJM นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ จะรับรู้ผลกำไรจากการจำหน่ายหุ้น 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลายให้ J-Power ประมาณ 1,900 ล้านบาท รวมถึงการรับรู้รายได้จากเงินปันผลรับจาก KBANK ประมาณ 2,800 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระแสเงินสดและผลการดำเนินงานโดยรวมให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ภาพมุมสูงยามค่ำคืนของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF
GULF เดินหน้ารุกธุรกิจดิจิทัลเต็มสูบ มุ่งพัฒนา Data Center ระดับ Hyperscale โดยตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว สำหรับธุรกิจพลังงาน บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าร่วมพัฒนาโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน (energy transition) รวมถึงโครงการนำร่อง direct PPA ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจ data center นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเข้าร่วมพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน กำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมพัฒนาเพื่อกระจายไฟฟ้าสะอาดสู่ภาคครัวเรือนทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งขยายฐานการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในยุโรปและสหราชอาณาจักร พร้อมแผนจัดตั้งสำนักงาน ณ กรุงลอนดอน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการการลงทุนและขับเคลื่อนการขยายธุรกิจในภูมิภาคยุโรปอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

นอกจากการเติบโตในธุรกิจพลังงานแล้ว บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสการเติบโตในธุรกิจดิจิทัล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนา data center ระดับ hyperscale และตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ควบคู่กับการให้บริการระบบคลาวด์ทั้งในรูปแบบ public cloud และ private cloud โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Oracle, Google และ Microsoft เพื่อพัฒนาบริการคลาวด์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร ลูกค้า SMEs หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต่อยอดสู่เทคโนโลยี AI ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อาทิ Google, Kore. ai และ Agibot เพื่อพัฒนาโซลูชันดิจิทัลในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว”