ยูโอบีผนึกเดอะบิสสิเนสไทมส์ จัดสัมมนาความยั่งยืน ชูเงินทุนหนุนเศรษฐกิจอาเซียน

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ เดอะ บิสสิเนส ไทมส์ ร่วมจัดงาน Sustainability Impact Dialogue – IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 Special Edition เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน ถึงบทบาทของเงินทุนในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของอาเซียน ตลอดจนปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเร่งการลงทุนในโครงการและธุรกิจที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม

งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ในฐานะกิจกรรมคู่ขนานในการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ประกอบด้วยผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารภาคธุรกิจ และผู้ปฏิบัติงานด้านความยั่งยืนจากหลากหลายภาคส่วน ณ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกลยุทธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกลยุทธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานบนเวที
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา

สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

ภายใต้หัวข้อ Where Capital Lands: What ASEAN’s Transition Means for Energy, Transport, Business and People ผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงความท้าทายและโอกาสของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของอาเซียน โดยเห็นตรงกันว่า แม้เงินทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจะยังมีอยู่ แต่สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อให้เงินทุนสามารถไหลเข้าสู่โครงการและธุรกิจที่มีความพร้อมและสามารถสร้างผลลัพธ์ในระยะยาวได้จริง

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับการหยิบยกขึ้นหารือคือ การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนกำลังเข้าสู่ช่วงที่ให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติมากขึ้น โดยการมีเงินทุนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน ได้แก่

  • การมีนโยบายและกฎระเบียบที่ชัดเจน

  • การมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

  • การมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ

  • ความพร้อมของโครงการและโมเดลธุรกิจที่สามารถสร้างความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว

สำหรับภูมิภาคอาเซียน การวางรากฐานเหล่านี้จะช่วยให้เป้าหมายด้านความยั่งยืนสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคในระยะยาว

“ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการรับมือกับความท้าทายของไทยและอาเซียน ท่ามกลางความคาดหวังของตลาด ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และข้อกำหนดด้านการเปลี่ยนผ่านที่เพิ่มมากขึ้น เงินทุนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโซลูชันที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยมาตรฐานร่วม ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และการสนับสนุนที่ช่วยเร่งให้ภาคธุรกิจนำแผนการเปลี่ยนผ่านไปปฏิบัติได้จริง โดยมีความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบายเป็นแรงหนุน เพื่อให้เงินทุนสามารถเข้าถึงโครงการที่มีศักยภาพและช่วยขยายผลลัพธ์เชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวชญาวดี กล่าว

ความร่วมมือคือหัวใจสำคัญเร่งการเปลี่ยนผ่าน

ผู้ร่วมเสวนายังเห็นพ้องถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงินในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยภาครัฐมีส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ขณะที่ภาคธุรกิจสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านการลงทุนและนวัตกรรม ส่วนสถาบันการเงินมีบทบาทในการเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับโอกาสทางการเงินที่เหมาะสมและสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ภายในงานยังมีการสนทนาพิเศษและเวทีเสวนาที่มีผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างคับคั่ง นำโดย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางชมพรรณ กุลนิเทศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และ ดร.เอมี คอร์ อดีตรัฐมนตรีแห่งรัฐอาวุโส กระทรวงคมนาคมและกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ประเทศสิงคโปร์ โดยมี นายเชา วง ยวน หัวหน้ากลุ่มลูกค้าสถาบันการเงิน และประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนร่วมนั่งบนเวทีเสวนา เพื่อหารือหัวข้อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ธุรกิจ และประชาชนในอาเซียน ท่ามกลางผู้เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก
เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองความท้าทายและโอกาสของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน

บทบาทของภาคการเงินต่อการปฏิบัติจริง

สำหรับยูโอบี ประเทศไทย การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้บริการทางการเงิน แต่ยังรวมถึงการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการเปลี่ยนผ่านของแต่ละองค์กร เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้แผนงานด้านความยั่งยืนสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้และขยายผลได้ในวงกว้าง

นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของอาเซียนจะถูกกำหนดโดยการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจในแต่ละวัน สิ่งสำคัญคือการสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นในการลงทุน ทั้งในด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสทางธุรกิจที่สามารถเติบโตได้จริง ยูโอบีมุ่งมั่นทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงแผนการเปลี่ยนผ่านที่มีความน่าเชื่อถือเข้ากับองค์ความรู้ เเครือข่ายความร่วมมือ และโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมเสริมสร้างความยืดหยุ่นและขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้แก่ธุรกิจในภูมิภาค”

นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยืนกล่าวสุนทรพจน์บนโพเดียมที่ประดับด้วยโลโก้ของธนาคารยูโอบี
นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนสินเชื่อและองค์ความรู้เพื่อความยั่งยืน

ทางด้าน เฉิน ฮุ่ย เฟิน บรรณาธิการ เดอะ บิสสิเนส ไทมส์ กล่าวว่า “ความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของเมืองและภาคธุรกิจในระยะยาว การรวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงินมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันในวันนี้ ไม่เพียงช่วยรักษาแรงขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนให้เดินหน้าต่อไป แต่ยังช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และขยายแนวทางปฏิบัติที่ได้ผลจริงเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างทั่วทั้งภูมิภาค”

งานสัมมนาครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนความร่วมมือที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และการสร้างโอกาสที่ครอบคลุมสำหรับภูมิภาคอาเซียน