โกลเบล็ก ชี้หุ้นไทยแกว่งผันผวน 1,550-1,590 จุด สหรัฐฯ-อิหร่านเดือด เปิดโผ 5 หุ้นเด่น IAA

บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,550-1,590 จุด รับแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่รุนแรงเพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำ 5 หุ้นเด่นจากผลสำรวจ IAA ได้แก่ BDMS, KBANK, DELTA, GULF และ CRC

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้ว่า ภาพรวมดัชนียังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนและคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ระดับ 1,550-1,590 จุด โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับคาดว่านักลงทุนจะชะลอการซื้อขายลงเนื่องจากติดวันหยุดคาบเกี่ยวในสัปดาห์นี้

ปัจจัยบวกหนุนตลาดในและต่างประเทศ

สำหรับปัจจัยบวกเอื้อต่อการลงทุนมีดังนี้

  • FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 17% ในการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ แต่ให้น้ำหนักสูงถึง 81% สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม แสดงถึงความเป็นไปได้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสเลื่อนจากเดือนตุลาคมไปเป็นเดือนธันวาคม

  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่น ในระหว่างการหารือร่วมกันที่กรุงวอชิงตันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

  • การลงทุนภาครัฐในประเทศ ทอท. ได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับ AOTGA เป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศรองรับการขยายตัวของธุรกิจการบิน โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในปี 2570

  • ความคืบหน้าเจรจาภาษี สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของไทยระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการเจรจาซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในหลักการร่วมกันแล้ว เหลือเพียงการสรุปรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS สวมชุดสูทลายตารางสีเข้ม ยืนถ่ายภาพด้วยความมั่นใจบริเวณโถงอาคารสำนักงาน
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก ประเมินดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน แนะจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

จับตาความตึงเครียดตะวันออกกลางและปัจจัยลบ

ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับปัจจัยลบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • สถานการณ์การทหารในตะวันออกกลาง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งการให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่าน ซึ่งคาดว่าการโจมตีอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน และอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลประมาณ 1 สัปดาห์

  • การก่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตี ก่อเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดในวันที่ 10 และ 11 ตุลาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวมทั้งเข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน

  • นโยบายการเงินของ FED สหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานการประชุม FED ประจำเดือนกันยายนซึ่งระบุว่ากรรมการมีความเห็นขัดแย้งกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยกรรมการบางส่วนเห็นว่าจำเป็นเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ขณะที่บางส่วนมองว่าต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่งอุปสงค์

  • ความเชื่อมั่นผู้บริโภคชะลอตัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วม และราคาน้ำมันทั้งในประเทศและตลาดโลก

กำหนดการและวาระเศรษฐกิจสำคัญ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้

  • ปัจจัยในประเทศ

    • วันที่ 12-18 ตุลาคม มีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank) ปี 2569

    • วันที่ 14-21 ตุลาคม หุ้นกลุ่มธนาคารจะทยอยส่งงบการเงินไตรมาส 3

    • สัปดาห์ที่ 2 ประชุมวาระสำคัญต่างๆ ทั้งการประชุม กกร., การแถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้าจากกระทรวงพาณิชย์, การแถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและหอการค้าไทยจาก ม.หอการค้าไทย รวมถึงการสรุปภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ฯ โดย ตลท.

    • สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

    • สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์เตรียมแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ พร้อมกับ ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกยานยนต์

    • วันที่ 28 ตุลาคม การประชุม กนง.

    • วันที่ 30 ตุลาคม ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

  • ปัจจัยต่างประเทศ

    • วันที่ 13 ตุลาคม ญี่ปุ่นรายงานดัชนี PPI (ก.ย.) สหรัฐฯ รายงานความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อม ตัวเลขการจ้างงานเอกชน และยอดขายบ้านมือสอง (ก.ย.)

    • วันที่ 14 ตุลาคม จีนและสหรัฐฯ รายงานดัชนีเศรษฐกิจสำคัญทั้ง CPI, PPI และดุลการค้า (ก.ย.)

    • วันที่ 15 ตุลาคม FED เผยรายงาน Beige Book สหรัฐฯ รายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน PPI และยอดค้าปลีก (ก.ย.)

    • วันที่ 27-28 ตุลาคม การประชุม FED

    • วันที่ 29 ตุลาคม การประชุม ECB

    • วันที่ 30 ตุลาคม การประชุม BOJ

    • วันที่ 3 พฤศจิกายน การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

แนะนำกลยุทธ์ 5 หุ้นเด่น IAA

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ได้แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นเด่นที่ได้รับการคัดเลือกจากผลสำรวจของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้แก่ BDMS, KBANK, DELTA, GULF และ CRC