เอเซีย พลัส ชี้บอนด์ยีลด์พุ่งดันตลาดผันผวน คัด 5 หุ้นเด่นรับฟันด์โฟลว์และประชุม IMF

บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดทุนโลกเผชิญมรสุมบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะ 5.7 เปอร์เซ็นต์ ผสานความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันทะลุ 101 ดอลลาร์ ขณะที่ฟันด์โฟลว์ต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิหุ้นและตราสารหนี้ไทยเกือบ 8 พันล้านบาทในวันเดียว พร้อมเปิดโผ 7 อุตสาหกรรมกองหน้าและ 5 หุ้นเด่นรับงานประชุมใหญ่ IMF-World Bank 2026

ตลาดทุนโลกเผชิญความผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่งและน้ำมันเดือด

บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดทุนโลกและตลาดหุ้นไทย ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569 โดยชี้ว่าตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ดังนี้

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 30 ปี ปรับตัวพุ่งขึ้นแตะระดับ 5.7% ทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ปี

  • การยืนยันขึ้นดอกเบี้ยของ FED รายงานการประชุม FOMC รอบเดือนกันยายน มีมติเอกฉันท์ 12-0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.75%-4.00% พร้อมตอกย้ำจุดยืนนโยบายการเงินแบบ “Higher for Longer” โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปีเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้อย่างใกล้ชิด

  • วิกฤตความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 101.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ โดยในเดือนตุลาคมมีรายงานการโจมตีเรือขนส่งแล้วอย่างน้อย 9 ครั้ง ประกอบกับกองกำลัง IRGC ส่งสัญญาณปิดเส้นทางเดินเรือ และกระแสข่าวความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีทรัมป์อาจสั่งโจมตีเป้าหมายในอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

  • แรงขายหนักในกลุ่มธนาคารยุโรปจาก Yield Shock ความกังวลต่อต้นทุนทางการเงินและภาวะ Yield Shock ส่งผลกระทบตรงต่อคุณภาพสินทรัพย์และ NPL ของธนาคารในยุโรป ส่งผลให้ดัชนี STOXX Europe 600 Banks Index (SX7P) ร่วงลง -3.3% นำโดยหุ้นธนาคารใหญ่ อาทิ Société Générale (-5.0%) Deutsche Bank (-4.7%) ABN AMRO (-4.4%) และ UniCredit (-4.2%)

นวัตกรรมเทคโนโลยี AI Connectivity และสถิติงบ Samsung

  • Marvell Investor Day ชี้เทรนด์ Interconnect เติบโตแรง Marvell (MRVL US) เผยวิสัยทัศน์ในงาน Investor Day โดยระบุว่ากลุ่มธุรกิจ Interconnect จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 65% ไปจนถึงปี 2030 (ขนาดตลาดแตะ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์) หนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในห่วงโซ่อุปทานการเชื่อมต่อข้อมูล AI โดยเฉพาะ DR ALAB01 (Astera Labs)

  • Samsung Electronics เผยผลประกอบการสร้างสถิติใหม่ ประกาศตัวเลขเบื้องต้นไตรมาส 3/2569 ยอดขายรวมแตะ 195 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงาน 107.4 ล้านล้านวอน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับอุปสงค์และราคาขายชิป Memory (DRAM/NAND) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมจับตาสไลด์การเติบโตของชิป HBM ในปีหน้า

ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า รับอานิสงส์ประชุม IMF และ World Bank 2026

สำหรับสถานการณ์การลงทุนในประเทศไทย มีประเด็นขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างและทิศทางเงินทุนต่างชาติดังนี้

  • ประเทศไทยเตรียมเปิดฉากเจ้าภาพ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 งานประชุมใหญ่ระดับโลกที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ถือเป็น “โอลิมปิกทางการเงิน” ที่จะรวบรวมผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน และนักลงทุนชั้นนำทั่วโลกเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ถือเป็นโอกาสทองในการชูศักยภาพ 7 อุตสาหกรรมกองหน้า (New Growth Engines) ได้แก่

  1. เกษตรและอาหารแปรรูป (Food Security) CBG, CPF, ITC

  2. ยานยนต์สมัยใหม่ (EV Hub) AH, SAT, EA, MGC, KGEN

  3. ค้าปลีกและการค้า (Regional Trade) CPALL, CRC, CPAXT

  4. Smart Electronics & Digital Infra DELTA, HANA, KCE, GULF

  5. Medical & Wellness Hub BDMS, BH, BCH

  6. Tourism มูลค่าสูง AOT, CENTEL, ERW, AWC, BEM

  7. Creative Economy & Soft Power PLANB, BEC

  • ฟันด์โฟลว์ต่างชาติพลิกกลับเข้าซื้อสุทธิ 7.98 พันล้านบาทในวันเดียว แม้ต่างชาติจะลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเอเชีย แต่ตลาดทุนไทยเริ่มเห็นสัญญาณไหลเข้าสุทธิพร้อมกันทั้ง 2 ตลาด โดยต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย +1.72 พันล้านบาท และซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย +6.26 พันล้านบาท (รวม +7.98 พันล้านบาทในวันเดียว)

  • เปิดโผ 10 หุ้นไทยที่ต่างชาติทยอยสะสมผ่าน NVDR และทางตรง ข้อมูลสถิติระหว่างวันที่ 22 ก.ย. – 6 ต.ค. พบว่าต่างชาติเข้าซื้อสะสมใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Laggard (CPF, SCB, SAWAD) กลุ่ม High Season (BH, BDMS) และ กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี (PTT, PTTGC, TOP, IRPC, IVL) ซึ่งส่วนใหญ่มีโมเมนตัมกราฟ RRG อยู่ในโซน Improving และ Leading แข็งแกร่ง

แนะนำหุ้นเด่นและทิศทางเทคนิคประจำวัน

  • PFIZER19 ได้รับอนุมัติจาก FDA ในการใช้ยา Tukysa ร่วมกับ Trastuzumab สำหรับการรักษามะเร็งเต้านม เปิดโอกาสเติบโตในกลุ่มการแพทย์ (แนวรับ 18.70 บาท / แนวต้าน 19.20 บาท / จุดตัดขาดทุน 18.40 บาท)

  • ALAB01 หุ้นเด่นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจ Connectivity/Interconnect ใน AI Data Center ที่มี CAGR สูงถึง 65% (แนวรับ 5.50 บาท / แนวต้าน 6.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 5.35 บาท)

  • BEM ลุ้นคว้าสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2569 จะทำจุดสูงสุด (Peak) ของปีนี้ (แนวรับ 6.35 บาท / แนวต้าน 6.65 บาท / จุดตัดขาดทุน 6.20 บาท)

  • SCC รับผลบวกเชิงโครงสร้างจากการรวมธุรกิจโอเลฟินส์กับ PTTGC ขณะที่ราคาหุ้นยังคงอยู่ในโซน Laggard ที่มี Upside น่าสนใจ (แนวรับ 263.00 บาท / แนวต้าน 278.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 255.00 บาท)

  • ITC รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า ผสานดีล M&A กับพันธมิตรต่างประเทศในงวด Q4/2569 ที่จะช่วยเปิด Upside การเติบโตใหม่ (แนวรับ 16.20 บาท / แนวต้าน 16.80 บาท / จุดตัดขาดทุน 15.80 บาท)