GCAP GOLD ชี้ทองคำยังเผชิญแรงกดดัน จับตาประชุมเฟด-ภูมิรัฐศาสตร์ ลุ้นสร้างฐาน 4,100 ดอลลาร์

จีแคป โกลด์ ประเมินทิศทางราคาทองคำยังผันผวนและเผชิญแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และดอลลาร์ ชี้จับตารายงานการประชุมเฟดเดือน ก.ย. และสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน แนะกลยุทธ์รอซื้อเมื่อสร้างฐาน 4,100 ดอลลาร์ ลุ้นรีบาวด์แตะแนวต้าน 4,225 ดอลลาร์

GCAP GOLD ชี้ทองคำยังผันผวน บอนด์ยีลด์-ดอลลาร์กดดัน

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินราคาทองคำยังเผชิญความผันผวน โดยการฟื้นตัวยังมีข้อจำกัดจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่อยู่ในระดับสูงและค่าเงินดอลลาร์ แม้ข้อมูลการจ้างงานล่าสุดจะช่วยลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนตุลาคม 2569 แต่ปัจจัยดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะหนุนราคาทองคำให้ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยราคาปรับขึ้นหลังทราบข้อมูลแรงงานก่อนเผชิญแรงขายกลับลงมาที่บริเวณ 4,140 ดอลลาร์

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ตลาดทองคำยังต้องติดตามปัจจัยชี้วัดสำคัญอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย

  • รายงานการประชุมเฟดเดือน ก.ย. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย เพื่อประเมินรายละเอียดและเงื่อนไขการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยในระยะถัดไป

  • ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อดูมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อล่าสุด

  • การเคลื่อนไหวของ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้นสู่บริเวณ 5.28% สะท้อนว่าตลาดยังคงกังวลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐฯ–อิหร่าน

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านราคาน้ำมันและสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาด แม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนสร้างความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อและผลักดันให้ Bond Yield ขยับขึ้นตาม ก็อาจกลับมากลายเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำได้เช่นกัน ดังนั้น หากสถานการณ์คลี่คลายจนราคาน้ำมันและยีลด์ย่อตัวลง จะช่วยสนับสนุนการสร้างฐานของราคาทองคำได้อย่างมั่นคงขึ้น

กลยุทธ์การลงทุนทองคำ

GCAP GOLD ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไว้ที่ 4,100–4,225 ดอลลาร์ โดยมีแนวทางการลงทุนดังนี้

  • จุดเข้าซื้อสะสม: แนะนำรอซื้อเมื่อราคาสร้างฐานบริเวณแนวรับ 4,100–4,110 ดอลลาร์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 65,000–65,200 บาท)

  • จุดทำกำไร: แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวเข้าใกล้แนวต้าน 4,200–4,225 ดอลลาร์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 66,500–66,800 บาท)

  • เป้าหมายถัดไป: หากราคาสามารถทะลุผ่านและยืนเหนือ 4,225 ดอลลาร์ได้ จะมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,250 ดอลลาร์ และ 4,300 ดอลลาร์ ตามลำดับ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 67,300–68,000 บาท)

  • จุดตัดขาดทุน/บริหารความเสี่ยง: หากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,100 ดอลลาร์ ควรพิจารณาลดความเสี่ยงของสถานะซื้อ และรอประเมินการสร้างฐานใหม่บริเวณ 4,000 ดอลลาร์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 63,500 บาท)