GCAP GOLD ชี้ทองคำฟื้นตัวลุ้นฝ่าด่าน 4,400 ดอลลาร์ จับตาเฟด บอนด์ยีลด์ และสงครามคุมทิศทางราคา

GCAP GOLD เผยราคาทองคำส่งสัญญาณฟื้นตัวขยับเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐ รับแรงหนุนน้ำมันย่อตัวช่วยคลายเงินเฟ้อ แนะกลยุทธ์รอจังหวะย่อซื้อ พร้อมเกาะติดทิศทางดอกเบี้ยเฟดและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังกลับมายืนเหนือระดับ $4,300 และขยับเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ $4,400 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อและลดแรงขายในตลาดทองคำลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระมัดระวังความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน ได้แก่

  • ทิศทางค่าเงินดอลลาร์

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield)

  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

  • สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แนะกลยุทธ์เข้าซื้อช่วงย่อตัว เคาะแนวต้าน 4,420–4,500 ดอลลาร์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวและสามารถสร้างฐานบริเวณ $4,330–$4,300 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 68,250–67,800 บาท โดยมีแนวต้านสำหรับแบ่งทำกำไรระยะสั้นที่ $4,400–$4,420 หรือประมาณ 69,200–69,500 บาท

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ $4,420 ราคาทองคำไทยประมาณ 69,500 บาท ได้อย่างแข็งแกร่ง จะเปิดทางให้ราคาปรับตัวขึ้นทดสอบ $4,500 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 70,500 บาท นักลงทุนจึงสามารถถือลุ้นต่อได้ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุด $4,300 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 67,800 บาท แนะนำให้ชะลอการลงทุนและรอให้ราคาสร้างฐานใหม่ก่อนพิจารณาเข้าซื้ออีกครั้ง

ภาพมือถือทองคำแท่งบริสุทธิ์น้ำหนัก 1 กิโลกรัม สลักสัญลักษณ์ GCAP GOLD FINE GOLD 999.9 เหนือแถวทองคำแท่งจำนวนมาก สื่อถึงความมั่นคงและการลงทุนในทองคำแท่ง
GCAP GOLD ชี้กลยุทธ์การลงทุนทองคำแท่ง แนะจับตาแนวรับแนวต้านสำคัญและปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

จับตาทิศทางเฟดและแรงกดดัน Bond Yield พุ่งแตะ 5%

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด หลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมล่าสุด และ Dot Plot ส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างน้อยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปี

  • หากเจ้าหน้าที่เฟดยังคงเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ อาจหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ

  • แต่หากเฟดส่งสัญญาณว่าจะรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ อาจช่วยลดแรงกดดันและเปิดทางให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อ

ขณะเดียวกัน ต้องติดตาม Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5% หากยีลด์สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวและปรับตัวขึ้นต่อ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ และอาจกดดันให้ราคากลับมาพักฐาน แต่หากยีลด์เริ่มอ่อนตัวลง จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

ไฟสงครามตะวันออกกลาง ดาบสองคมกระทบราคาทอง

ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นได้ทั้งแรงหนุนและแรงกดดันต่อราคาทองคำ แม้ราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลง แต่ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เหตุโจมตีเป้าหมายสำคัญในกรุงริยาดด้วยขีปนาวุธและโดรน ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางขนส่งพลังงาน

หากความตึงเครียดทวีความรุนแรงและผลักดันราคาน้ำมันกลับขึ้น อาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป