SCGP ทุ่ม 68 ล้าน ฮุบหุ้น 90% JZF ปักฐานชลบุรีอัปกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์เจาะตลาดจีน

บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ปิดดีลเข้าซื้อหุ้น 90% ในบริษัทจินจงฟา อุตสาหกรรมกระดาษ (JZF) มูลค่า 68 ล้านบาท หนุนกำลังการผลิตเพิ่ม 28,000 ตันต่อปี ขยายฐานลูกค้าส่งออกผลไม้ไปจีน พร้อมรับรู้รายได้ตุลาคม 2569

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า SCGP มุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน เพื่อรับโอกาสความต้องการที่ขยายต่อเนื่อง ล่าสุด ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 90 ในบริษัทจินจงฟา อุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด หรือ JZF ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 68 ล้านบาท

เจาะศักยภาพ JZF ฐานผลิตยุทธศาสตร์ภาคตะวันออก

JZF เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษลูกฟูกที่ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีฐานลูกค้าหลักเป็นผู้ประกอบการในตลาดส่งออกผลไม้ไปยังตลาดจีน โรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ใกล้กับฐานลูกค้าในภาคตะวันออก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากกระแสเงินทุนจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุน การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและการเติบโตในอนาคต โดยในปี 2568 ผลการดำเนินงานของ JZF มีความโดดเด่นดังนี้

  • รายได้รวม 205 ล้านบาท

  • ทรัพย์สินรวม 240 ล้านบาท

  • กำลังการผลิต 28,000 ตันต่อปี

ทั้งนี้ SCGP จะเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานของ JZF ในงบการเงินรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สร้าง Synergy เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานบรรจุภัณฑ์

การลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับแผนเชิงกลยุทธ์ของ SCGP ในการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคอาเซียน พร้อมกับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการผลิตผ่านการสร้าง Synergy ทั้งในด้านการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการต้นทุนและการค้า การเพิ่มศักยภาพในการขายสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (Cross-selling) ช่วยเสริมสถานะทางการตลาด การขยายฐานลูกค้า และความสามารถในการแข่งขันของ SCGP ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังช่วยในการกระจายคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ผลไม้ที่มีอยู่ในปัจจุบันไปยัง JZF เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรทั้งกลุ่มธุรกิจผ่านการบริหารต้นทุนและการลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง ขณะเดียวกันยังช่วยให้โรงงานเดิมมีกำลังการผลิตรองรับงานได้มากขึ้น และสามารถบริหารเครือข่ายธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น โดยโรงงาน JZF มีพื้นที่เพียงพอ พร้อมเป็นฐานการผลิตใหม่ รองรับการขยายตัวของความต้องการในอนาคตและสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจในระยะยาว