GCAP GOLD ฟันธงประชุมเฟด 15-16 ก.ย. ชี้ชะตาทองคำรอบใหม่ จับตา Dot Plot กำหนดทิศทางดอกเบี้ยโลก

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ประชุมเฟด 15–16 ก.ย. เป็นจุดชี้ทิศทางทองคำรอบใหม่ จับตา Dot Plot และถ้อยแถลงประธานเฟดส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แนะจับตาแนวรับสำคัญ $4,280 หากยืนและสร้างฐานได้ มีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ $4,400 แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อ รอสร้างฐานใหม่บริเวณ $4,225–$4,200

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ยังมีแนวโน้มผันผวน โดยมีผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระหว่างวันที่ 15–16 กันยายน เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางทองคำรอบใหม่ แม้ตลาดจะรับรู้โอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปมากแล้ว แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ Dot Plot และถ้อยแถลงของประธานเฟด ซึ่งจะสะท้อนว่าเฟดมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินอย่างไรในระยะต่อไป

จับตาสัญญาณดอกเบี้ยเฟดชี้ชะตาทองคำ

หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นเพิ่มเติม ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัว เนื่องจากตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวไว้ในราคาแล้ว อย่างไรก็ตาม หาก Dot Plot บ่งชี้ว่าเฟดยังเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยเฉพาะในการประชุมเดือนธันวาคม อาจหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกลับมากดดันราคาทองคำในระยะสั้น

ภาพทองคำแท่งสลักโลโก้ GCAP GOLD น้ำหนัก 5 บาท และ 10 บาท จัดเรียงซ้อนกันอย่างสวยงาม สะท้อนความมั่งคั่งและโอกาสในการลงทุน
ทองคำแท่งคุณภาพจาก GCAP GOLD ทางเลือกการลงทุนที่ทรงมูลค่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

เงินเฟ้อและวิกฤตพลังงานกดดันตลาด

สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 0.3% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่เฟดต้องระมัดระวัง และเพิ่มความกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเพิ่มความเสี่ยงต่อราคาพลังงานและแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีท่อส่งน้ำมัน East–West ในซาอุดีอาระเบียจนต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว รวมถึงมีรายงานเรือถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมันและทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดนานกว่าที่คาด ส่งผลให้ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสทรงตัวในระดับสูง และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น

ประเมินกรอบราคาและกลยุทธ์การลงทุน

ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินกรอบราคาทองคำในสัปดาห์นี้ไว้ที่ $4,200–$4,435 โดยแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ดังต่อไปนี้

  • จับตาแนวรับสำคัญบริเวณ $4,280 หรือทองคำไทยประมาณ 67,000 บาท หากราคาสามารถยืนและสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบเป้าหมายบริเวณ $4,400 หรือทองคำไทยประมาณ 68,500 บาท

  • กลยุทธ์ยังเน้นรอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง

  • อย่างไรก็ตาม หากในช่วงประกาศผลการประชุมเฟด ราคาหลุดแนวรับ $4,280 ลงไปอย่างชัดเจน ยังไม่ควรรีบเข้าซื้อ โดยแนะนำให้รอประเมินการสร้างฐานใหม่บริเวณ $4,225–$4,200 หรือทองคำไทยประมาณ 65,900 บาท เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน