SPTX ทุ่ม 1,195 ล้านบาท ฮุบกิจการ รัสมิ์ภูมิคลินิก ปั้น New S-Curve รุกตลาดความงามเต็มสูบ

บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX ประกาศบิ๊กดีลเข้าซื้อหุ้น 92% ในรัสมิ์ภูมิคลินิก มูลค่ารวม 1,195 ล้านบาท เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจเวชศาสตร์ชะลอวัย หวังสร้างแหล่งรายได้ใหม่เพื่อการเติบโต

แพทย์หญิง อัชฌา นูนคาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX เปิดเผยว่า “การเข้าซื้อกิจการรัสมิ์ภูมิคลินิกครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ SPTX ในการขยายสู่กลุ่มความงามและสุขภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตสูง รัสมิ์ภูมิคลินิกเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น เราตั้งเป้าสนับสนุนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ให้ SPTX อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

รายละเอียดบิ๊กดีล 1,195 ล้านบาท

ความร่วมมือครั้งนี้ SPTX จะรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) จากบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ถือหุ้น 65.44% โดยชำระด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ไม่เกิน 85,000 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 0.01 บาท รวม 850 ล้านบาท ควบคู่กับการซื้อหุ้นอีก 26.56% จากบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) จำกัด ด้วยเงินสด 345 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,195 ล้านบาท

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเป็นรายการที่มีนัยสำคัญและเกี่ยวโยงกัน ต้องผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2569 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 รวมถึงการอนุมัติขอผ่อนผันการเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (Whitewash) โดยภายหลังธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ จะถือหุ้นใน SPTX ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านบริษัท เอสเธทิค เซ็นเตอร์ พ้อยต์ จำกัด เพิ่มขึ้นเป็น 43.39% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด และก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด แต่ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ เนื่องจากไม่เกิน 50% ของสิทธิออกเสียง

เปิดงบการเงินสะท้อนความสามารถทำกำไร

ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ SPTX จะรับรู้รายได้ของรัสมิ์ภูมิคลินิกเข้าในงบการเงินรวม โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ผลประกอบการของ บริษัม รัสมิ์ภูมิ ชะลอวัย จำกัด มีความโดดเด่นดังนี้

  • รายได้รวม ปี 2566 อยู่ที่ 170.34 ล้านบาท เติบโตเป็น 193 ล้านบาทในปี 2567 และเพิ่มเป็น 200 ล้านบาทในปี 2568

  • กำไรสุทธิ อยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูง จากกำไรสุทธิ 10.27 ล้านบาทในปี 2566 เป็น กำไรสุทธิ 8.64 ล้านบาทในปี 2567 และ กำไรสุทธิเติบโต 116% เป็น 18.65 ล้านบาทในปี 2568

  • ผลงานครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้ 111.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเติบโตสูงกว่า 100% เป็น 31.65 ล้านบาท

  • อัตรากำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นเป็น 28.50% จาก 18.65% ในปี 2568

สะท้อนความแข็งแกร่งของกิจการและความสามารถในการทำกำไรที่มากขึ้น และการขยายตัวที่ของธุรกิจด้านความงามและชะลอวัยอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ กรรมการบริษัท บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX และผู้ก่อตั้งรัสมิ์ภูมิคลินิก กล่าวว่า “รัสมิ์ภูมิคลินิกมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการรักษาและบริการต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าไทยและต่างชาติ การร่วมมือกับ SPTX จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและการบริหารจัดการ ทำให้เราขยายสาขาและพัฒนาบริการได้รวดเร็วและเป็นระบบยิ่งขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เราก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจความงามครบวงจรของประเทศได้ในอนาคต”

ภาพนายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ ผู้ก่อตั้งรัสมิ์ภูมิคลินิก สวมเสื้อกาวน์สีขาวพร้อมตราสัญลักษณ์คลินิก ยืนกอดอกและยิ้มด้วยความมั่นใจ สะท้อนความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย
นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ กรรมการบริษัท SPTX และผู้ก่อตั้งรัสมิ์ภูมิคลินิก มั่นใจการผนึกกำลังครั้งนี้จะผลักดันให้ธุรกิจก้าวสู่ผู้นำด้านความงามอย่างครบวงจร

เดินหน้าขยายสาขารองรับดีมานด์พุ่ง

รัสมิ์ภูมิคลินิก ก่อตั้งโดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและการออกแบบใบหน้า (Facial Design) ที่คร่ำหวอดในวงการความงามและชะลอวัยมากกว่า 20 ปี สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เริ่มต้นเส้นทางที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ก่อนผันตัวสู่สายผิวหนังและความงาม มีความโดดเด่นด้านการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชีย และได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก Allergan Aesthetics

ปัจจุบันบริษัท รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย จำกัด เปิดดำเนินการ 4 สาขาในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ได้แก่ สุขุมวิท 49 พระราม 2 รัตนาธิเบศร์ และเลียบทางด่วนรามอินทรา (ส่วนสาขาทวีวัฒนาดำเนินการโดยผู้รับสิทธิภายนอก ไม่ใช่สาขาของบริษัทเป้าหมาย) กลุ่มลูกค้าหลักเป็นวัยทำงานและผู้บริหารกำลังซื้อระดับกลางถึงสูง ทั้งไทยและต่างชาติ โดยมีแผนขยายเพิ่มอีก 9 สาขาภายใน 5 ปี นับจากธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ รวมเป็นไม่น้อยกว่า 13 สาขา เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง

การเข้าซื้อกิจการรัสมิ์ภูมิคลินิกครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำทิศทางการเติบโตของ SPTX ในการขยายสู่กลุ่มความงามและสุขภาพอย่างจริงจัง เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ (New S-Curve) ที่มีศักยภาพเติบโตสูงและกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เสริมพอร์ตธุรกิจเดิมให้หลากหลายและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ มีแผนแสวงหาโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจความงามและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ SPTX ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรม พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม