CCP กางแผนธุรกิจโค้งสุดท้ายปี 2569 ตุน Backlog แน่น 1,870 ล้านบาท รับอานิสงส์ EEC และเมกะโปรเจกต์ Data Center บูม พร้อมปรับสายการผลิตรุกผลิตภัณฑ์ Low Carbon ด้านบริษัทย่อย CHARLIE เร่งขยายลานตู้เคมีภัณฑ์และลุย EV Truck มั่นใจหนุนรายได้ปี 69 โตตามเป้าไม่น้อยกว่า 10%
รับอานิสงส์ EEC และ Data Center หนุน Backlog แกร่ง
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างได้รับปัจจัยหนุนจากพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งรับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ รวมถึงการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของการลงทุนในกลุ่ม Data Center ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอส่งมอบ (Backlog) ประมาณ 1,870 ล้านบาท
คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 50–60% และรับรู้ส่วนที่เหลือในปี 2570
ภายใน Backlog มีงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Data Center สะท้อนโอกาสการขยายฐานธุรกิจไปสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น
รุกผลิตภัณฑ์ Low Carbon พร้อมยกระดับกระบวนการผลิต
CCP มุ่งเน้นกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยมีการดำเนินการที่สำคัญประกอบด้วย
พัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Low Carbon ที่ได้มาตรฐานสากลซึ่งบริษัทพัฒนาไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับโครงการก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับ ESG และการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น
เพิ่มโอกาสในการเข้ารับงานโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่ม Data Center และงานภาครัฐในอนาคต
ปรับปรุงกระบวนการผลิตและเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้าให้หลากหลาย
นำเทคโนโลยีและเครื่องจักรเข้ามาช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต และควบคุมต้นทุน เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานและตอบโจทย์งานเฉพาะทางได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเปิดโอกาสรับงานใหม่จากทั้งภาครัฐและเอกชน

CHARLIE บริษัทย่อยติดปีก ลุยคลังสินค้าและ EV Truck
ด้านธุรกิจบริษัทย่อย บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชัน จำกัด หรือ CHARLIE เตรียมพร้อมรับโอกาสจากการพัฒนาพื้นที่รอบท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 รวมถึงแผนย้ายและลดบทบาทท่าเรือคลองเตย ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจคลังสินค้าปลอดอากร
CHARLIE อยู่ระหว่างศึกษาการสร้างลานตู้เคมีภัณฑ์เพิ่ม คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 2/2570
เตรียมสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติมรองรับดีมานด์ที่ขยายตัว พร้อมมุ่งเน้นการทำสัญญาระยะยาว 10 ปีขึ้นไป เพื่อสร้างฐานรายได้ประจำ (Recurring Income) เสริมความมั่นคงให้บริษัทในระยะยาว
ต่อยอดธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในการประกอบรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) ระบบ Swap Battery โดยมีสถานีสลับแบตเตอรี่แห่งแรกที่แหลมฉบัง
ปัจจุบันอยู่ระหว่างประกอบและเตรียมส่งมอบรถ EV Truck จำนวน 30 คัน และคาดว่าจะเริ่มให้บริการในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่ง New S-Curve ที่ช่วยต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และรองรับแนวโน้มการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“แม้ครึ่งปีหลังภาพรวมเศรษฐกิจและภาคการลงทุนยังมีความผันผวนด้านต้นทุน และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก แต่พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันมุ่งเน้นการมองหาความมั่นคงของผู้ผลิต และมาตรฐานคุณภาพของสินค้าที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน CCP จึงอาศัยจุดแข็งด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ นำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยลดแรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต สามารถควบคุมและลดต้นทุนค่าแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒกระบวนการผลิตเพื่อรองรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และเข้าประมูลงานทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่น้อยกว่า 10%” นายอาทิตย์ กล่าว



