GCAP GOLD ชี้ทองคำเข้าโหมดผันผวนรับแรงกดดันเฟด ลุ้นตัวเลข Nonfarm ศุกร์นี้ชี้ชะตาดอกเบี้ยกำหนดทิศทางราคา

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันหลังประธานเฟดส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อต่อ ดันโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. แตะ 60% จับตาตัวเลข Nonfarm Payrolls วันศุกร์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากตลาดแรงงานชะลอเปิดทางทองคำฟื้นตัว แนะกลยุทธ์รอซื้อเมื่อสร้างฐาน จับตาแนวรับสำคัญ 4,235 ดอลลาร์

เฟดส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อ กดดันราคาทองคำระยะสั้น

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งสัญญาณในการประชุม Jackson Hole ว่าเฟดยังคงมี “งานต้องทำ” หากเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ปรับตัวกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจน ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นประมาณ 60% จาก 35% ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และดอลลาร์ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น

ภาพมือถือทองคำแท่งบริสุทธิ์ 999.9 น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ตราสัญลักษณ์ GCAP GOLD โดดเด่น ท่ามกลางทองคำแท่งจำนวนมากที่วางเรียงรายเป็นพื้นหลัง สะท้อนการลงทุนในทองคำแท่ง
ทองคำแท่ง GCAP GOLD ความบริสุทธิ์ 999.9 น้ำหนัก 1 กิโลกรัม สินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากข้อมูลล่าสุดสะท้อนความเปราะบางของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ดังนี้

  • การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง

  • ตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนถูกปรับลดลงรวมกว่า 103,000 ตำแหน่ง

สะท้อนว่าภาคการจ้างงานอาจอ่อนแอกว่าที่ตลาดประเมินไว้

“โจทย์ของเฟดในขณะนี้จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกับตลาดแรงงานที่เริ่มเปราะบาง แม้ตลาดจะเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย แต่ทิศทางนโยบายยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลแรงงานที่จะประกาศในสัปดาห์นี้”

ลุ้น Nonfarm Payrolls สหรัฐฯ จุดเปลี่ยนทิศทางดอกเบี้ย

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาคือการประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนสิงหาคม ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยตลาดคาดว่า

  • การจ้างงานจะเพิ่มขึ้นประมาณ 58,000 ตำแหน่ง

  • อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%

หากการจ้างงานออกมาดีกว่าคาดและค่าจ้างยังเร่งตัว จะเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ย หนุน Bond Yield และดอลลาร์ให้แข็งค่า ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำ แต่หากการจ้างงานต่ำกว่าคาดหรือกลับมาติดลบ ตลาดอาจลดน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย เปิดโอกาสให้ Bond Yield และดอลลาร์อ่อนตัว และหนุนราคาทองคำฟื้นตัว

แนะกลยุทธ์รอซื้อเมื่อสร้างฐาน เปิดกรอบแนวรับ-แนวต้านสำคัญ

ด้านกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ “รอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน” มากกว่าการรีบเข้าซื้อหลังราคาปรับตัวลงแรง โดยจับตาระดับราคาสำคัญ ดังนี้

  • แนวรับสำคัญ บริเวณ $4,300/$4,235 หรือทองคำไทยประมาณ 67,800–67,000 บาท หากราคาเริ่มสร้างฐานได้และมีแรงซื้อกลับบริเวณดังกล่าว จึงมองเป็นจังหวะเข้าซื้อ

  • เป้าหมายขายทำกำไร อยู่ที่ $4,425–$4,450 หรือทองคำไทยประมาณ 69,700–70,000 บาท

  • สัญญาณฟื้นตัวชัดเจน หากราคาฟื้นตัวขึ้นทะลุและสามารถยืนเหนือ $4,500 หรือทองคำไทยประมาณ 70,500 บาท จะเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าแรงกดดันระยะสั้นเริ่มคลี่คลาย และเปิดโอกาสให้ราคากลับเข้าสู่ทิศทางฟื้นตัวได้ชัดเจนขึ้น