วิธาน ฉั่วเจริญศิริ” ซีอีโอ INDIGY ชำแหละความลับ Digital Shift บนเวที PROS CLUB เตือนสติ SME แค่มีเทคโนโลยีไม่พอ ผู้นำต้องเปลี่ยนวิธีคิด วางโครงสร้างธุรกิจให้เป๊ะก่อนลุยยุค AI
บริษัท อินดิจี จำกัด (มหาชน) หรือ IDG (INDIGY) นำโดย นายวิธาน ฉั่วเจริญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้รับเกียรติเข้าร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์บนเวทีสัมมนา PROS CLUB | Digital Shift for SME ซึ่งเป็นศูนย์รวมผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกระแส Digital Transformation ที่กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการปรับองค์กรให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันในยุคใหม่
Digital Shift ไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องมือ แต่คือการ “เปลี่ยนวิธีคิดทั้งองค์กร”
ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน นายวิธาน ได้ชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจผิดของหลายองค์กรที่เริ่มต้นด้วยการนำเครื่องมือใหม่เข้ามาใช้เพียงอย่างเดียว

แท้จริงแล้ว Digital Shift คือการปรับเปลี่ยนอย่างถอนรากถอนโคน ทั้ง วิธีคิด โครงสร้าง และกระบวนการทำงาน เพื่อให้องค์กรเคลื่อนที่ได้เร็ว คล่องตัว และพร้อมรับมือกับอนาคต เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การมีเทคโนโลยี แต่คือการ “ใช้เทคโนโลยีให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง”
ไขรหัสลับ ทำไมโอกาสมี แต่ธุรกิจกลับ “โตช้า”?
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสะท้อนบนเวที คือปัญหาการเติบโตที่ชะลอตัวของหลายองค์กร ซึ่งนายวิธานระบุว่า อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากยอดขายเสมอไป แต่อาจเกิดจาก “โครงสร้างการทำงาน” ที่ยังไม่พร้อมรองรับการเติบโต ได้แก่:
กระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน การทำงานแต่ละภาคส่วนไม่เชื่อมโยงกัน
ขาดการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) การตัดสินใจที่ไม่ได้อิงจากฐานข้อมูลอย่างแท้จริง
ใช้ “คน” แก้ปัญหาแทน “ระบบ” ยิ่งธุรกิจขยาย ความซับซ้อนยิ่งเพิ่มขึ้น การไม่วางโครงสร้างระบบให้รองรับตั้งแต่ต้น จะทำให้ขีดจำกัดการเติบโตถูกตีกรอบโดยไม่รู้ตัว และพลาดโอกาสที่จะเติบโตได้เต็มศักยภาพ

“ผู้นำต้องชัด ทีมถึงจะเดินต่อได้” ให้ความสำคัญกับ Process over Tools
หัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ให้เกิดผลลัพธ์จริง คือ “ผู้นำต้องชัด ทีมถึงจะเดินต่อได้” ผู้นำต้องมองเห็นภาพอนาคต กำหนดเป้าหมายและทิศทาง (Direction) อย่างชัดเจน เพื่อให้การตัดสินใจในแต่ละระดับรวดเร็วขึ้น และทุกทีมสอดประสานกัน
นอกจากนี้ แนวคิด Process over Tools เป็นอีกเรื่องที่ถูกเน้นย้ำบนเวที หลายองค์กรล้มเหลวเพราะเริ่มจากการซื้อเครื่องมือเทคโนโลยี แต่ไม่ได้ออกแบบ Workflow และ Business Process ให้ชัดเจนก่อน ในทางกลับกัน หากวางโครงสร้างและระบบไว้อย่างถูกต้อง การนำ AI, Automation หรือ Digital Platform เข้ามาใช้งาน จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
“ท้ายที่สุด ธุรกิจที่เติบโตในยุคนี้ ไม่ใช่ธุรกิจที่ทำงานหนักที่สุด แต่คือธุรกิจที่มีผู้นำมองทิศทางได้ชัด วางระบบรองรับได้ดี และตัดสินใจปรับตัวได้ก่อนใคร เพราะในโลกที่ AI และ Digital Transformation กำลังเร่งตัวอย่างรวดเร็ว ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ความพยายามเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบองค์กรให้พร้อมเติบโตอย่างมีโครงสร้างและขับเคลื่อนด้วย Data-driven Business สำหรับ INDIGY การได้ร่วมเวทีครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแบ่งปันความรู้ แต่คือการส่งต่อมุมมองให้ผู้ประกอบการไทยเห็นว่า Digital Shift ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุค AI” นายวิธาน กล่าวทิ้งท้าย


