SMO อวดงบไตรมาส 2 กวาดรายได้ทะลุ 3.5 พันล้าน กางแผนปั้น New S-Curve ต่อยอดธุรกิจปาล์มครบวงจร

บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO โชว์วิสัยทัศน์บนเวที Earnings Call (OPP DAY) เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 กวาดรายได้รวม 3,518.55 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตสกัดน้ำมันปาล์มแตะ 345 ตันต่อชั่วโมง รุกหนักปั้น New S-Curve สร้างโรงงาน CPKO และระบบจัดการน้ำเสีย หวังโกยรายได้เสริม 1,500 ล้านบาทต่อปี

ผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตแข็งแกร่ง

ผลประกอบการของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 มีทิศทางเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง

  • รายได้รวม 3,518.55 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 85.03 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 3,433.52 ล้านบาท

  • กำไรสุทธิ อยู่ที่ 29.56 ล้านบาท

เดินหน้าขยายกำลังการผลิตรองรับดีมานด์

พร้อมกันนี้ SMO เดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง หลังโรงงานสาขาพนมเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง จากเดิม 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง

ขณะที่โรงงานของบริษัท เอ แอล ปาล์ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพิ่มกำลังการผลิตจาก 60 ตัน เป็น 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทมี กำลังการผลิตติดตั้งรวมเพิ่มขึ้นเป็น 345 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง จากเดิม 255 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 35.29% เพื่อรองรับความต้องการของคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ

ปักธง New S-Curve ต่อยอดปาล์มครบวงจร

นอกจากนี้ SMO ยังเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสร้าง New S-Curve และต่อยอดผลิตภัณฑ์จากห่วงโซ่อุตสาหกรรมปาล์มไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม

  • โครงการโรงงานผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) กำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน

  • โครงการติดตั้งเครื่องระเหยน้ำเสีย เฟส 1 (Evaporator) (โครงการ Green Project) กำลังการผลิต 400 ลบ.เมตรต่อวัน

โครงการดังกล่าวคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาส 2/2570 ซึ่งบริษัทประเมินว่าเมื่อโรงงานเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ จะสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่บริษัทได้สูงถึงประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี โดยผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีคอลส์ อาทิ กรดไขมัน แฟตตี้แอลกอฮอล์ และกลีเซอรีน รวมถึงต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา