GCAP GOLD เผยทิศทางราคาทองคำกลับมาผงาดทะลุ 4,500 ดอลลาร์ รับปัจจัยบวกจากมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของสหรัฐฯ หนุนบอนด์ยีลด์ร่วงและดอลลาร์อ่อนค่า พร้อมแนะนักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจสร้างความผันผวน
Treasury Buyback ดันราคาทองคำฟื้นตัวแรง
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำกลับมาได้แรงหนุนอย่างชัดเจน หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวลงแรง ภายหลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล หรือ Treasury Buyback สำหรับพันธบัตรอายุ 10–30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว
หลังการประกาศดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้
Bond Yield อายุ 30 ปีลดลงเกือบ 10 bps สู่ระดับ 5.18% หลังขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
ปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นมากกว่า 3% และทะลุระดับ $4,500 สะท้อนว่าแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรที่เคยเป็นปัจจัยลบต่อทองคำเริ่มผ่อนคลายลง
อย่างไรก็ตาม Treasury Buyback ไม่ได้หมายความว่า Bond Yield จะปรับตัวลงต่อเนื่อง เนื่องจากทิศทางระยะยาวยังขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อ นโยบายดอกเบี้ยของเฟด และความกังวลต่อภาระหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ หาก Bond Yield กลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ก็ยังมีโอกาสสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำได้ ทำให้ทิศทางตลาดพันธบัตรยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม

จับตาสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่าน กระทบความผันผวน
ด้านสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา หลังกรอบ MOU 60 วันสิ้นสุดลงโดยไม่มีการขยายเวลา ขณะที่ความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังสร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงาน
หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดและผลักดันราคาน้ำมันสูงขึ้น อาจหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและผลักดัน Bond Yield ให้สูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนให้กับราคาทองคำ
แนะกลยุทธ์ลงทุน รอจังหวะย่อตัวเข้าซื้อ
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน GCAP GOLD ประเมินว่า โครงสร้างราคาทองคำกลับมาเป็นบวกมากขึ้น หลังทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ $4,450 และขึ้นทดสอบระดับ $4,500 โดยมีมุมมองการลงทุนระยะสั้น ดังนี้
จับตาแนวรับบริเวณ $4,425–$4,405 (ทองไทยประมาณ 68,500–68,300 บาท) ซึ่งเป็นโซน Breakout เดิม
หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นขึ้นทดสอบ $4,500–$4,520 (ทองไทยประมาณ 69,800–70,200 บาท) อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามหลังราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้นควรระมัดระวังแรงขายทำกำไร และรอจังหวะย่อตัวเข้าสู่แนวรับก่อนเข้าซื้อแทนการเข้าซื้อบริเวณราคาสูง


