บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอร่า จำกัด (AIAM) ประกาศรุกตลาด Private Wealth เต็มสูบ ตั้งเป้าดัน AUM ทะลุ 5,000 ล้านบาท ชูกลยุทธ์บริหารพอร์ตแบบ Active Stock Picker เฟ้นหาหุ้นรายตัวสร้างผลตอบแทนเหนือตลาด พร้อมเสริมทัพด้วย Private Equity และ Alternative Investment เตรียมดึงเทคโนโลยี AI และ Data Analytics ยกระดับบริการสู่ Wealth Solution Provider เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ High Net Worth รับเทรนด์การส่งต่อความมั่งคั่งยุคใหม่
นายมอค สวี เม้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอร่า จำกัด หรือ AIAM เปิดเผยว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกที่ยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางดอกเบี้ย และการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่กระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ระหว่างรอการฟื้นตัวที่ชัดเจน ส่งผลให้นักลงทุนให้ความสนใจกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ AIAM มองว่า “ความผันผวนไม่ได้มีเพียงความเสี่ยง แต่ยังสร้างโอกาสในการลงทุน” โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม Private Wealth ที่มีมุมมองการลงทุนระยะยาว พร้อมใช้จังหวะตลาดปรับฐานทยอยสะสมสินทรัพย์ (Buy on Dip) และขยายกรอบการลงทุนออกไปเป็นระยะกลางถึงยาวประมาณ 3–5 ปี เพื่อก้าวข้ามความผันผวนสู่ผลตอบแทน (Return Expectation) มุ่งสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
ชูกลยุทธ์ Active Stock Picker เฟ้นหุ้นสร้าง Alpha
จุดแข็งสำคัญของ AIAM คือ กลยุทธ์บริหารพอร์ตแบบ Active Stock Picker (เลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว) ซึ่งไม่ได้จำกัดการลงทุนอยู่เพียงกองทุนดัชนีหรือ Passive ETF เช่น S&P 500 โดยทีมบริหารการลงทุนจะวิเคราะห์เจาะลึกถึงระดับบริษัท (Company Level) เพื่อค้นหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการเติบโต โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าตลาด (Alpha) ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงและควบคุม Drawdown อย่างเคร่งครัด
ผลงานที่ผ่านมาของ AIAM สะท้อนความสำเร็จของการบริหารพอร์ตอย่างชัดเจน ดังนี้
พอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นไทย สามารถสร้างผลตอบแทนมากกว่าระดับ 6% ได้จำนวน 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 10 เดือน
การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างผลตอบแทนมากกว่า 10% ภายในระยะเวลา 1 ปี
หุ้นเทคโนโลยีบางบริษัท ที่คัดเลือกสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 60% ในช่วงเวลาสั้น ๆ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวทางการลงทุนที่เน้นการค้นหาโอกาสในหุ้นรายตัว ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงของพอร์ต
“จุดแข็งของ AIAM ไม่ใช่เพียงการเลือกว่าจะลงทุนในตลาดไหน แต่เราเจาะลึกไปถึงระดับบริษัท เพื่อค้นหาโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้า การเป็น Active Stock Picker ทำให้เรามีความยืดหยุ่นในการเลือกสินทรัพย์และปรับพอร์ตให้เหมาะกับสถานการณ์ตลาด โดยทุกการลงทุนต้องอยู่ภายใต้กรอบการควบคุมความเสี่ยงที่ชัดเจน”
เสริมพอร์ตด้วย Alternative Assets รับมือความผันผวน
นอกจากการคัดเลือกหุ้นแล้ว AIAM ยังสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบ Investment Solutions เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย โดยเชื่อมโยงสินทรัพย์จริง (Real Assets) และสินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Assets) เข้าด้วยกัน ผ่านทางเลือกที่น่าสนใจ ดังนี้
การลงทุนใน Private Equity ผ่านกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถคัดเลือกโครงการหรือธุรกิจที่มีศักยภาพได้อย่างเฉพาะเจาะจง
การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment) ซึ่งอ้างอิงกับธุรกรรมการค้าจริง และมีระยะเวลาการลงทุนสั้น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงและช่วยสร้างสมดุลให้กับพอร์ตในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน
พร้อมกันนี้ AIAM ยังให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ภายใต้แนวคิด Open Architecture โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่จำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Products) และสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายเฉพาะของลูกค้า HNW
ยกระดับจาก Asset Manager สู่ Wealth Solution Provider
AIAM ตั้งเป้าขยายบทบาทจากผู้บริหารกองทุนสู่การเป็น Wealth Solution Provider ที่สามารถออกแบบพอร์ตให้สอดคล้องกับเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย โดยได้รับแรงสนับสนุนเชิงกลยุทธ์จาก AIRA Group ซึ่งมีเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และการลงทุนที่หลากหลาย
บริษัทฯ ตั้งเป้าผลักดัน AUM ในปีนี้สู่ระดับ 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบันกว่า 1,000 ล้านบาท โดยวางโครงสร้างฐานลูกค้าเป้าหมาย ได้แก่
กลุ่มลูกค้าสถาบัน ประมาณ 60%
กลุ่มลูกค้า HNW ประมาณ 40%
พร้อมเดินหน้าสร้างพันธมิตรกับผู้ให้บริการทางการเงินภายนอก เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนรายใหญ่ได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ดึง AI และ Data Analytics ยกระดับ Wealth ยุคใหม่
สำหรับแผนระยะ 3–5 ปี AIAM เตรียมยกระดับบริการสู่ Digital Wealth Management โดยมีแผนพัฒนาแอปพลิเคชันของบริษัทฯ เพื่อให้ลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล (PF) และ LBDU สามารถติดตามพอร์ตการลงทุนได้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Analytics เข้ามาประยุกต์ใช้ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การค้นหา Mega Trends และ Investment Opportunities เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า
พร้อมทั้งมองว่า Wealth Transfer หรือการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ โดย AIAM มองว่าทายาทธุรกิจ Generation 2 และ 3 มีความรู้ด้านการเงิน เปิดรับผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ และมีความสามารถในการรับความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้น AIAM ก้าวสู่บทบาทเป็น “ที่ปรึกษาการลงทุนเฉพาะทาง” ที่ไม่เพียงบริหารเงิน แต่ช่วยเชื่อมเป้าหมายและความคาดหวังด้านการลงทุนของสมาชิกครอบครัวแต่ละเจเนอเรชัน พร้อมออกแบบผลิตภัณฑ์และพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งของครอบครัวในระยะยาว
“AIAM ไม่ได้ต้องการเติบโตจาก AUM เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้ AUM เติบโตจากความเชื่อมั่นของลูกค้า ผ่านความสามารถในการคัดเลือกสินทรัพย์ การสร้างโอกาสรับผลตอบแทน การบริหารความเสี่ยง และบริการที่เข้าใจเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย ซึ่ง AI และ Data Analytics จะเข้ามาช่วยยกระดับศักยภาพให้แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต”



