STECH โชว์งบ Q2 กำไรพุ่งทะยาน 160 เปอร์เซ็นต์ ดันครึ่งปีแรกแตะ 157 ล้านบาท ชูบริหารต้นทุนเยี่ยม แบ็กล็อกหนุนแกร่ง

STECH ผู้ผลิตคอนกรีตอัดแรงรายใหญ่ กางผลงานไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิพุ่งแรง 160.89 เปอร์เซ็นต์ แตะ 71.98 ล้านบาท ดันผลงานงวด 6 เดือนแรกโกยกำไร 157.91 ล้านบาท โต 56.91 เปอร์เซ็นต์ รับอานิสงส์รับรู้รายได้แบ็กล็อกต่อเนื่องและธุรกิจก่อสร้างในนิคมฯ หนุน มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่องรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 160.89 เปอร์เซ็นต์ บริหารราคาขายและต้นทุนมีประสิทธิภาพ

นายเจษฎ์กรณ์ มงคลศรีสวัสดิ กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงภายใต้เครื่องหมายการค้า “STEC” อาทิ เสาเข็ม เสาไฟฟ้า พร้อมให้บริการขนส่ง ตอกเสาเข็ม และรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี

ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีทิศทางการดำเนินงาน

  • มีรายได้ 617.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.12% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 541.10 ล้านบาท

  • มีปัจจัยสนับสนุนทั้งจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง 611.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 70.23 ล้านบาท หรือ 12.98% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

  • เช่นเดียวกับมีรายได้งานก่อสร้างโครงการสำรวจ ออกแบบ เตรียมการก่อสร้าง และตอกเสาเข็มโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) จำนวน 6.16 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ไม่มีรายได้จากส่วนนี้

  • ขณะที่กำไรสุทธิ ไตรมาส 2/2569 ทำได้ 71.98 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดดมากถึง 160.89% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 27.59 ล้านบาท

  • ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 0.10 บาทต่อหุ้น เดิม 0.04 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้บริษัทฯ จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของประมาณการหนี้สินค่าอากรที่นำเข้าสินค้าเหล็กลดคาร์บอนสูงขึ้นก็ตาม ประกอบกับบริษัทมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ

ครึ่งปีแรกกวาดรายได้ 1,351.71 ล้านบาท ดันกำไรสุทธิแตะ 157.91 ล้านบาท

งบครึ่งปีแรก 2569 บริษัทฯ มีรายได้ 1,351.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.52% จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,201.27 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้จากการขายและบริการจากการทยอยส่งมอบงานและรับรู้รายได้ตามยอดคำสั่งซื้อในมือ (Backlog) ที่เพิ่มขึ้น จำนวน 1,326.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.02 ล้านบาท หรือ 10.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับมีรายได้จากงานก่อสร้างโครงการในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) ที่ปีก่อนหน้าไม่มีการรับรู้รายได้จากส่วนนี้

สำหรับกำไรสุทธิครึ่งปีแรก อยู่ที่ 157.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.91% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 100.64 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการ 318.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.04% มีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพของบริษัทได้มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีกำไรขั้นต้น 8.94 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 35.17% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานโดยรวมเพิ่มขึ้น 70.61 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นสูงถึง 27.52% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าการต่อยอดธุรกิจของบริษัทฯ ช่วยสนับสนุนการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทได้จริง

ทั้งนี้ ส่งผลให้ครึ่งปีแรก บริษัทฯ มีกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ระดับ 0.22 บาท เดิม 0.14 บาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นเป็น 11.57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.33%

ฐานะการเงินแกร่ง D/E ลดลง มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ฐานะการเงินยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

  • มีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 18.69% เพิ่มขึ้นจาก 13.02% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

  • ด้านอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 0.93 เท่า จากเดิม 1.03 เท่า เพราะบริษัทได้ทยอยชำระคืนเงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงินอีกทั้งทิศทางดอกเบี้ยลดลงในปีนี้

แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารโครงสร้างทางการเงินและช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวและสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง

นายเจษฎ์กรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงที่เหลือครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทฯ ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงในโครงการก่อสร้างและสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและสภาพคล่องอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป