ATP30 เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 โกยรายได้รวม 401.85 ล้านบาท เดินหน้าลุยกลยุทธ์ Green Mobility เตรียมขยายฟลีทรถ EV อีก 18 คัน รับดีมานด์ภาคอุตสาหกรรม พร้อมตุน Backlog กว่า 1,623 ล้านบาท และลงทุน Smart Charger – Solar Roof เพิ่ม 2 แห่ง หวังดันผลงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง
บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ให้บริการรถรับส่งพนักงานจากที่พักในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ (โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกและภาคกลาง) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก 2569 และทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
นายปิยะ เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ATP30 เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้รวม 401.85 ล้านบาท (ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 401.27 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิ 17.26 ล้านบาท (ลดลง 44.79% จากช่วงเดียวกันปีก่อน)
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 206.83 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.06% YoY) และมีกำไรสุทธิ 7.59 ล้านบาท (ลดลง 52.62% YoY)

รายได้โตรับลูกค้ารายใหม่ แต่กำไรสะดุดพิษต้นทุนน้ำมัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้และกำไรของบริษัทในงวดที่ผ่านมา ประกอบด้วย:
-
รายได้เติบโต: มาจากการให้บริการลูกค้าจำนวน 61 ราย โดยในช่วงไตรมาส 2/2569 ได้เริ่มให้บริการลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์รายใหญ่ 1 ราย รวมถึงการปรับอัตราค่าบริการตามกลไกการปรับราคาน้ำมัน (Floating Rate)
-
กำไรสุทธิลดลง: สาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการบริหารความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาน้ำมัน รวมถึงข้อจำกัดจากนโยบายการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมันในช่วงเดือน มี.ค.–พ.ค. 2569 เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำมันสำรอง
ครึ่งปีหลังลุย Green Mobility – ตุน Backlog 1,623 ลบ.
สำหรับทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเดินหน้ายกระดับการให้บริการด้าน Green Mobility เพื่อรองรับเทรนด์การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:
-
ขยายฟลีทรถ EV: มีแผนเพิ่มรถพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 18 คัน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
-
Backlog แข็งแกร่ง: ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ลงนามในสัญญาแล้ว 62 ราย และอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าใหม่ ส่งผลให้มีมูลค่างานในมือ (Backlog) สูงถึง 1,623 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป

ทุ่มลงทุน Smart Charger & Solar Roof
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเดินหน้าลงทุนก่อสร้างสถานี Smart Charger และ Solar Roof เพิ่มอีก 2 แห่ง ที่จังหวัดนครนายกและจังหวัดระยองภายในปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงจุดแข็งด้านการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง รองรับการผลักดันผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังต่อไป


