GFC เปิดยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลัง 2569 เร่งเครื่องเจาะตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติเป็น 25% พร้อมจับมือ 8 โรงพยาบาลพันธมิตร และเตรียมผุดธุรกิจ Anti-Aging สร้าง New S-Curve ชี้แม้ครึ่งปีแรกขาดทุน 9.92 ลบ. จากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ฐานะการเงินยังปึ้ก ไร้หนี้ บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.03 บาทต่อหุ้น
ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GFC เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติให้บรรลุเป้าหมายที่ 25% จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 15% โดยมีแผนงานที่จะขยายตัวแทนต่างประเทศให้ครบ 9 ราย พร้อมทั้งปรับปรุงแพ็กเกจบริการสำหรับตัวแทนต่างประเทศให้สามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น
คาดการณ์ว่าจำนวนเคสจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3–4 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการจัดงานโรดโชว์ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน และการเข้าร่วมงาน MAI Festival รวมถึง Thailand Wellness ในระหว่างเดือนสิงหาคม–ตุลาคม 2569
ขยายเครือข่ายพันธมิตรและรุกธุรกิจใหม่ (New S-Curve)
บริษัทยังคงมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และการสร้างคลื่นการเติบโตใหม่ (New S-Curve Activation) โดยมีรายละเอียดดังนี้
เตรียมความร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 8 แห่งเพื่อเข้าสู่การดำเนินงานจริงในครึ่งปีหลัง
จัดทำโปรแกรมรับส่งต่อผู้รับบริการจากแพทย์ในโรงพยาบาลพันธมิตร
สร้างความร่วมมือด้านบริการห้องปฏิบัติการและการแบ่งปันบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกัน
วางแผนเปิดธุรกิจใหม่ด้าน Anti-Aging ร่วมกับพันธมิตรในช่วงปลายปี 2569
ขยายฐานลูกค้าห้องปฏิบัติการภายนอก (B2B) และบริการตรวจ Polyploidy
ศึกษาการลงทุนร่วมเปิดศูนย์ ICSI ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตร
สรุปผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569
ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงในครึ่งปีแรกเป็นผลมาจากภาวะกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวและการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทยังคงรักษาฐานะการเงินที่มั่นคงและปราศจากภาระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
มติบอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.03 บาท/หุ้น
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น
อัตราการจ่ายปันผล: 0.03 บาทต่อหุ้น
มูลค่ารวม: 6.60 ล้านบาท
กำหนดการจ่ายเงิน: ภายในวันที่ 8 กันยายน 2569
“บริษัทยังยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยากในภูมิภาคอาเซียน พร้อมรักษาวินัยทางการเงินและมาตรฐาน ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน” ภก.นที กล่าวสรุป


